นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.)กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวจากกรณีเอกชนมีข้อกังวลของผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย ต่อสภาพคล่องทางการเงินของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ในการจ่ายเงินชดเชยเงินส่วนต่างค่าอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายของฤดูการผลิต 2560/61 ที่ต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นคืนให้แก่โรงงาน ว่า เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ในการประชุมครั้งที่ 12/2561 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเกิน 2 สัปดาห์ และเมื่อครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) จะดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ เพื่อให้กองทุนฯ จ่ายเงินชดเชยให้แก่โรงงานโดยเร็วต่อไป คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินดังกล่าวได้ภายในเดือนมกราคม 2562
ทั้งนี้การกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายฤดูการผลิตปี 2560/2561 เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 โดยราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายในฤดูการผลิตปี 2560/2561 ต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ซึ่งตามมาตรา 56 กำหนดว่า ในกรณีที่ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ขั้นสุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย จ่ายเงินชดเชยให้กับโรงงานเท่ากับส่วนต่างดังกล่าว แต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยไม่ต้องส่งคืนค่าอ้อยที่ได้รับเกิน โดยราคาอ้อยขั้นต้นฯ ฤดูการผลิตปี 2560/2561 อยู่ที่ 880 บาท/ตันอ้อย ส่วนราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฯ ฤดูการผลิตปี 2560/2561 ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 792.74 บาท/ตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. ดังนั้นในฤดูการผลิตปี 2560/2561 กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย จะต้องดำเนินการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับโรงงานเป็นจำนวนเงิน 19,310.67 ล้านบาท

