นายกมลินทร์ พินิจภูวดล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ไอทีดี เปิดเผยว่า ภาวะการค้าชายแดนไทยปี2561 ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขการค้าชายแดนไทยช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2561 มีมูลค่า 742,272 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 4.33% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสูงกว่ามูลค่าคาดการณ์ไว้ทั้งปีที่ 7 แสนล้านบาท และมั่นใจทั้งปีนี้จะขยายตัวได้เกิน 4% ทั้งนี้ ปัจจัยบวกหนุนการค้าชายแดน คือ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวดีขึ้น ทั้งมาเลเซีย ลาว เมียนมา และกัมพูชา และสินค้าไทยเป็นที่นิยมในประเทศเหล่านี้ จึงทำให้ประชาชนมีความต้องการใช้สินค้าไทยมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตร อีกทั้งภาวะการค้าของไทยยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลง ผลจากสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน
นายกมลินทร์ กล่าวว่า สำหรับการค้าชายแดนของไทยปี 2562 ไอทีดีคงคาดว่าจะเติบโตกว่า 4% แต่อาจเติบโตได้ถึง 10% หากรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนให้ประชาชน และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีท้องถิ่นของไทย ผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น และรัฐบาลต้องแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะการดำเนินการด้านเอกสารต่างๆที่ต้องทำแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกทางการค้าชายแดนให้มากขึ้น อีกทั้งเห็นความต้องการสินค้าไทยขยายตัวในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ อีกทั้งประเทศไทยมีความได้เปรียบหลายด้าน
“โดยเฉพาะ 4 ด้านหลัก คือทางภูมิศาสตร์ ความสะดวกของรูปแบบการค้าชายแดน คุณภาพสินค้าไทย และรัฐบาลเองก็พยายามจะเพิ่มการอำนวยความสะดวก เช่น เพิ่มด่านกาค้า ทำโครงการท่าเรือ เป็นต้น ขณะนี้ยังมีอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกฎระเบียบ ข้อตกลงทางการค้าต่างๆ หากรัฐบาลเร่งบูรณาการการทำงานให้เชื่อมโยงกัน กำหนดแผนการ แนวทางที่ชัดเจน ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงอาเซียนต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อว่าการค้าชายแดนไทยจะเติบโตได้กว่า10% แน่นอน ” นายกมลินทร์ กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


