หน้าแรก เศรษฐกิจ ม.หอการค้าชี้...

ม.หอการค้าชี้พิษสงครามการค้าจีน-สหรัฐ กระทบส่งออกปี62 ลดลง 0.5-1.9%

20.12.18 | 14:35 น.

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ คาดการณ์ว่าปี 2562 ไทยจะได้รับผลกระทบด้านการส่งออก ซึ่งลดลง 1,181-4,427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขึ้นอยู่กับกรณีศึกษา) หรือส่งผลให้อัตราการขยายตัวของการส่งออกลดลงประมาณ 0.5-1.9% ส่วนผลกระทบจากสงครามการค้าส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2561 ลดลง 351-597 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือการส่งออกลดลงคิดเป็น 0.1-0.2% ของมูลค่าการส่งออกรวม

นายอัทธ์กล่าวว่า การประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าปี 2562 ศูนย์ศึกษาแบ่งเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่ 1 สหรัฐและจีนเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันในบัญชีสินค้า 3 (List 3) ที่ 10% แต่ไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มเติมในรายการสินค้าใหม่ของบัญชีสินค้า 1 และบัญชีสินค้า 2 ที่จัดเก็บภาษีที่ 25%

กรณีที่ 2 สหรัฐและจีนเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันในบัญชีสินค้า 3 ที่ 25% หลังเดือนมีนาคม ปี 2562 แต่ไม่มีเก็บภาษีเพิ่มเติมในรายการสินค้าใหม่ และกรณีที่ 3 สหรัฐและจีนมีการเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันอยู่ที่ 25% แต่สหรัฐมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในมูลค่าการส่งออก 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และจีนเก็บภาษีเพิ่มเติมในมูลค่าการส่งออก 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ผลจากสงครามการค้าส่งผลให้การส่งออกปี 2562 ของจีนและสหรัฐลดลง โดยการส่งออกจีนลดลงคิดเป็น 0.8-3.8% โดยสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกลดลงมาก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เหล็ก รถยนต์ และโลหะอื่นๆ เป็นต้น ขณะที่การส่งออกของสหรัฐลดลง 0.4-1.2% โดยสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกลดลงมากได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ขนส่งอื่นๆ รถยนต์ พลาสติก และเชื้อเพลิง ทั้งนี้ สิ่งที่น่าห่วงในปีหน้าคือสินค้าประเภทเหล็กที่จะทะลักมาจากจีนเป็นจำนวนมาก หากเป็นเช่นนั้นอาจทำให้ธุรกิจเหล็กในประเทศไทยแย่ลงได้ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวเพื่อเตรียมตั้งรับกับสถานการณ์ดังกล่าว”

นายอัทธ์กล่าวว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2562 คาดว่าจะมีมูลค่าเท่ากับ 271,406-274,987 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการขยายตัวประมาณ 6.1-7.5% โดยพิจารณาปัจจัยลบเฉพาะสงครามการค้า และไม่ได้พิจารณาปัจจัยลบอื่นๆ ร่วม อาทิ ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก (จีดีพี) ปี 2562 ลดลง 0.1-0.5% โดยจีนเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนไทยได้รับผลกระทบคิดเป็น 0.2% ของผลกระทบทั้งหมดที่โลกได้รับ

Advertisement