นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรวางเป้าหมายให้กรมเป็นหน่วยงานที่จะใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ 100 % โดยจัดให้ลงนาม บันทึกข้อตกลง (MOU) การให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรผ่านระบบ Bill Payment ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งผู้ประกอบการสามารถชำระผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารได้หลายช่องทาง อาทิ อินเตอร์เน็ม ผ่านมือถือ เคาน์เตอร์ของธนาคาร เอทีเอ็ม รวมทั้งการชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งผู้ชำระรับใบเสร็จหลังการชำระทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาชำระที่กรมศุลกากร
นายกฤษฎากล่าวว่า การลงนามดังกล่าวเป็นการสนับสนุนอีเพย์เมนต์ และการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0ตามนโยบายของรัฐบาล โดยปัจจุบัน กรมศุลกากรรับชำระภาษี ด้วยเงินสด เพียง 2 % ของธุรกรรมทั้งหมด ขณะที่การชำระผ่านระบบอีเพย์เมนต์ถึง 55 % และที่เหลือเป็นการชำระด้วยวิธีจ่ายแคชเชียร์เช็ค ความร่วมมือครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้การชำระด้วยเช็คลดลง
นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ น่าจะมีผลต่อคะแนนของการจัดอันดับความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจ( Doing business) ในส่วนของศุลกากร สูงขึ้น และจะทำให้การผ่านพิธีศุลกากรทั้งนำเข้าและส่งออก แทบจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส ทั้งนี้ในปัจจุบัน ระบบของพิธีศุลกากรที่สำคัญ คือ การออกใบขนสินค้า,การชำระเงิน เป็นอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว เหลือเพียง ขั้นตอนการปล่อยสินค้าออกจากด่านศุลกากร ที่กรณีเป็นสินค้าที่ถูกระบุเป็นสินค้าเฝ้าระวัง( red line) ก็จะต้องพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ แต่กรณีเป็นไม่ต้องเฝ้าระวัง( Green line)สามารถรับสินค้าออกไปได้ทันที

