หน้าแรก เศรษฐกิจ แผนสำรอง 5G ใ...

แผนสำรอง 5G ให้ภาคการผลิตประมูลคลื่น ราคาเริ่มต้น 100 ล้านต่อ 1 ใบอนุญาต

23.12.18 | 08:31 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า การกำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตตามกลุ่มผู้ใช้งาน เป็นหนึ่งในทิศทางและนโยบายการทำงานของ สำนักงาน กสทช. ในปี 2562 เรื่องการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 5G โดยแบ่งประเภทใบอนุญาตออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ภาคโทรคมนาคม การอนุญาต ครอบคลุมการใช้งานทั่วประเทศ (เนชั่นไวด์) ที่ กสทช. คาดว่า จะมีการนำคลื่นความถี่ออกมาประมูล ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์, 2.6 กิกะเฮิรตซ์, 3.5 กิกะเฮิรตซ์, 26 กิกะเฮิรตซ์ และ 28 กิกะเฮิรตซ์ และ 2.ภาคการผลิต การอนุญาตเฉพาะพื้นที่ (สเปซิฟิก โลเคชั่น) เช่น นิคมอุตสาหกรรม และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

นายฐากร กล่าวว่า ปัจจุบัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอร์เรเตอร์) ทั้ง 3 ราย ยังคงแบกภาระค่าใบอนุญาต ที่คิดเป็นมูลค่ารวม อยู่ที่ 168,130 ล้านบาท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส จำนวน 63,594 ล้านบาท, บริษัท ทรู คอร์ปเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู จำนวน 64,238 ล้านบาท และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จำนวน 40,298 ล้านบาท ดังนั้น หากมีการจัดการประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหม่ เพื่อใช้สำหรับรองรับ 5G โอเปอร์เรเตอร์แต่ละรายจะต้องมีการแบกภาระค่าใบอนุญาตที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้โอเปอร์เรเตอร์ไม่สนใจที่จะเข้าร่วมการประมูล ส่งผลให้เทคโนโลยี 5G ที่จะเกิดขึ้นเป็นไปได้ยาก และอาจจะเกิดล่าช้าออกไปจากเดิมที่ตั้งเป้าให้เกิด 5G ในปี 2563

“กสทช. มีความพยายามที่จะผลักดัน 5G ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2563 ทั้งนี้ หาก 5G ไม่เกิดขึ้นตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ ภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศจะต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้น กสทช. จึงเห็นว่า หากโอเปอร์เรเตอร์ ไม่มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประมูลที่จะเกิดขึ้น ควรมีแนวทางให้กับภาคการผลิต และอุตสาหกรรม ที่จะได้รับผลกระทบ โดยการจัดให้มีการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับภาคการผลิต ซึ่งเป็นการอนุญาตเฉพาะพื้นที่ และอาจจะกำหนดให้มีราคาเริ่มต้น อยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต” นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าว มองว่า ใบอนุญาตสำหรับภาคโทรคมนาคม ที่ครอบคลุมการใช้งานทั่วประเทศ เป็นแนวทางที่ดีที่สุด แต่หากแนวทางดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นได้ กสทช. ก็ต้องพยายามผลักดันให้เกิด แนวทางที่ 2 นั่นคือจัดการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับภาคการผลิต เพื่อให้ 5G เกิดขึ้นได้ก่อน ทั้งนี้ หากเกิดแนวทางที่ 1 สามารถเกิดขึ้นได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเกิดแนวทางที่ 2 เนื่องด้วย แนวทางที่ 1 สามารถให้การบริการที่ครอบคลุมการทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กสทช. ก็ได้จัดทำหลักเกณฑ์ใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภท ควบคู่กันไป