นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธอส.ได้เปิดให้ประชาชนจองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลัง รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคารกำหนดให้จองสิทธิพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 23 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 8.30-17.00 น. โดยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เปิดให้จองสิทธิที่ธอส. สำนักงานใหญ่ พระราม 9 ส่วนภูมิภาคเปิดจองสิทธิ ณ ที่ทำการสาขาของธนาคารทุกแห่งยกเว้นสาขาในศูนย์การค้า ซึ่งประเมินว่าจะมีประชาชนเดินทางมาจองสิทธิสินเชื่อเต็มกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยภายหลังจากเปิดจองสิทธิเพียง 2 ชั่วโมง มียอดจองสิทธิแล้วประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. มียอดจองสิทธิแล้วประมาณ 37,000 ล้านบาท
นายฉัตรชัยกล่าวว่า สำหรับการจองสิทธิสินเชื่อในล็อตแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรก ที่ระดับ 3% ต่อปี หรือประมาณ 3,800 บาทต่อเดือน และฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง (1% ของวงเงินจำนอง) เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระให้ประชาชนในช่วงที่ดอกเบี้ยในระบบปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามหากรายได้เกิน 25,000 บาทต่อคนต่อเดือน (กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท) คิดอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก ที่ระดับ 3% ต่อปี ผ่อนชำระ 3,800 บาทต่อเดือนเช่นเดียวกัน

“ประเมินว่าในวันนี้จะมีการจองสิทธิครบเต็มวงเงิน 50,000 ล้านบาทในช่วงเที่ยงๆ อย่างไรก็ตามทางธอส.จะเปิดให้จองสิทธิไปเรื่อยๆ และหากภายในเวลา 17.00 น. ยังมีประชาชนมาจองสิทธิต่อเนื่อง จะเปิดให้จองสิทธิได้ถึงเที่ยงคืนของวันนี้ เนื่องจากเป็นความต้องการด้านที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ทางคณะกรรมการจะจัดประชุมในเดือนมกราคม 2562 เพื่อพิจารณาว่าขยายกรอบวงเงินขึ้นไปอีกหรือไม่อย่างไร โดยล็อตแรกจะเปิดให้ยื่นกู้ได้ในวันที่ 2 มกราคม 2562 ซึ่งล็อตนี้จะมีวงเงิน 30,000 ล้านบาทตามสิทธิการจอง ส่วนเรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ภายหลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ยืนยันว่าการปล่อยสินเชื่อล็อตแรกจะไม่กระทบกับดอกเบี้ยบ้าน เนื่องจากธอส.สำรองวงเงินปล่อยสินเชื่อไว้แล้ว แต่ส่วนที่เกินวงเงิน 50,000 ล้านบาท ทางคณะกรรมการจะต้องพิจารณาเรื่องดอกเบี้ยใหม่อีกครั้ง ประกอบกับต้องรอดูว่ากนง.จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกหรือไม่” นายฉัตรชัยกล่าว
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ประชาชนที่มาจองสิทธิโครงการบ้านล้านหลัง แบ่งเป็น 3 กรณี ประกอบด้วย 1.ที่อยู่อาศัยที่เป็นสินทรัพย์ในแคตตาล็อคของธอส. 1.ที่อยู่อาศัยที่เป็นสินทรัพย์นอกแคตตาล็อค เช่น การซื้อขายเปลี่ยนมือกันเองในตลาด และ 3.ขอสิทธิไว้ก่อนแล้วเลือกหาที่อยู่อาศัยภายหลัง หรือปลูกสร้างบ้านเอง เป็นต้น อย่างไรก็ตามในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบวันให้ยื่นกู้ของแต่ละรหัสการจองผ่าน www.ghbank.co.thb ซึ่งเมื่อถึงคิวของตนเองแล้ว ต้องติดต่อยื่นกู้กับธนาคารภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด
“โครงการนี้เป็นโครงการที่ประชาชนที่สนใจจำนวนมาก เนื่องจากยอดจองสิทธิในช่วงเช้าประมาณ 15,000 ล้านบาท เป็นการจองสิทธิของผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 บาท นอกจากนี้การคิดอัตราผ่อนชำระดอกเบี้ยต่ำในช่วง 5 ปีแรก หรือต้องชำระที่อยู่อาศัยเฉลี่ย 3,800 บาทต่อเดือน เป็นอัตราที่ถูกกว่าค่าเช่าบ้านทั่วไป เพราะฉะนั้นยอดจองสิทธิที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทว่ามีอยู่จริง สวนทางกับที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางรายมองว่าความต้องการที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีน้อย” นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องการทำบ้านสำหรับผู้สูงอายุ จะต้องพิจารณาเรื่องการทำคอมมูนิตี้และเฮลท์แคร์ เบื้องต้นจึงต้องเสนอเป็นแนวคิดและนำไปหารือกับผู้ประกอบการก่อน ซึ่งประเมินว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องแนวคิดบ้านในช่วงไตรมาส 1/2562 ตามนโยบายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายไว้
รายงานข่าวจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจ้งว่า ในเวลาประมาณ 17.00 น. ยอดจองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 108,779 ล้านบาท แบ่งเป็น การจองสิทธิสินเชื่อกรุงเทพและปริมณฑล 13,493 ล้านบาท ภาคกลาง 17,813 ล้านบาท ภาคเหนือ 11,679 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) 24,853 ล้านบาท ภาคตะวันออก 15,301 ล้านบาท ภาคใต้ 21,129 ล้านบาท ภาคตะวันตก 4,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ที่มียอดจองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังอยู่ที่ 92,000 ล้านบาท และช่วงเวลา 12.00 น. ที่มียอดจองสิทธิสินเชื่อรวม 40,000 ล้านบาท
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


