นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า บริษัทฯมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) ฉบับใหม่ 2561-2580ของกระทรวงพลังงาน ได้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของกลุ่มบริษัทบ้านปูฯที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและ10 ประเทศที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายของกลุ่มบริษัทบ้านปูฯ ในการขยายกำลังการผลิตให้ถึง 4,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2568
นางสมฤดี กล่าวว่า ปัจจุบัน ธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปูฯ มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 2,689 เมกะวัตต์เทียบเท่า รวม 28 โครงการ ครอบคลุมโครงการและโรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม กระจายตัวอยู่ในประเทศ ไทย ลาว จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม โดยในจำนวนนี้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทั้งหมด 17 แห่ง กำลังการผลิต 2,144 เมกะวัตต์เทียบเท่า รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งล่าสุดที่นาริ ไอสึ จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 15.35 เมกะวัตต์ เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ต้นเดือนธันวาคม 2561 รวมถึงมีความพร้อมให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแบบครบวงจร ภายใต้บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด เน้นทำงานร่วมกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ(สมาร์ทซิตี้)
“ด้วยโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของบ้านปูฯ เป็นการนำเสนอโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจรที่ครอบคลุมธุรกิจต้นน้ำคือถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ กลางน้ำคือ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานรวมไปถึงการค้าถ่านหิน และปลายน้ำคือไฟฟ้า พลังงานทดแทน และระบบการจัดการเทคโนโลยีพลังงาน ผสานธุรกิจด้านพลังงานทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่หรือพลังงานทดแทน ทำให้เราสามารถผนึกกำลังระหว่างกันในกลุ่มธุรกิจหลักเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความสมดุลและขยายการเติบโตในกลุ่มธุรกิจพลังงานของบ้านปูฯ เพื่อส่งมอบพลังงานอย่างยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามพันธสัญญาที่ว่า Our Way in Energy พลังบ้านปูฯ สู่พลังงานที่ยั่งยืน” นางสมฤดี กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


