“นอร์ทอีสรับเบอร์”มือขึ้น ยุโรปสั่งซื้อล่วงหน้า คาดปี62โตอีก10%

24.12.18 | 12:16 น.

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติแปรรูป กล่าวว่า บริษัทได้เปิดไลน์ผลิตสินค้าตัวใหม่ คือ ยางแผ่นผสม (RSS Mixtures Rubber) โดยเตรียมส่งสินค้า Lot แรกให้แก่ลูกค้าจีนกว่า 80 ตัน ณ สิ้นปี61ทำให้สามารถบันทึกรายได้เข้าในช่วงไตรมาส 1/2562 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2562 ทั้งนี้ ยางแผ่นผสม คือ ผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูปขั้นต้นกึ่งธรรมชาติที่ได้จากการผสมระหว่างยางพาราธรรมชาติแผ่นดิบ ยางสังเคราะห์ และ/หรือ สารเคมี ตามคุณสมบัติหรือลักษณะพิเศษที่ลูกค้าต้องการใช้ คุณสมบัติจะให้ค่าคุณสมบัติทางกายภาพที่สูงกว่ายางแท่งผสมคือมีค่าความยืดหยุ่นที่ดีกว่า ค่าความหนืดที่ดีกว่า ค่าความกระเด้งกระดอนที่ดีกว่า ตามสัดส่วนและเทคนิคของการผสมให้ต้องตามความต้องการใช้

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ธุรกิจได้เดินหน้าตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะในส่วนของการปรับปรุงขยายเพิ่มไลน์ผลิตยางแผ่นผสมนั้น มีการทดสอบและเริ่มเดินไลน์ผลิตไปแล้ว และสามารถส่งมอบสินค้าได้เร็วกว่ากำหนดโดยจะส่งมอบเร็วๆนี้และรับรู้รายได้เร็วขึ้นเป็นไตรมาส 1/2562 ซึ่งจากการตอบรับของลูกค้า บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานไตรมาส4/2561 ยังเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ โดยตลาดต่างประเทศมีสัดส่วน 40% และตลาดในประเทศ 60%

นายชูวิทย์ กล่าวว่า สำหรับแผนงานปี 2562 บริษัทเตรียมขยายตลาดการส่งออกไปยุโรปเพิ่มเติมด้วย โดยมีการยื่นขอใบรับรองจากบริษัทผลิตล้อยางรถยนต์ประเทศในโซนยุโรป ซึ่งเห็นความชัดเจนค่อนข้างมากแล้ว 1 ราย จากที่กำลังพิจารณาอยู่กว่า 3 ราย ซึ่งจะเห็นคำตอบที่ชัดเจนช่วงไตรมาส2/2562 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการกระจายรายได้ให้กว้างขึ้น

” มีการวางแผนขยายตลาดลูกค้าจากประเทศสิงค์โปร์เพิ่มด้วยข้อมูลความต้องการปริมาณยางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าปี2562 บริษัทจะมีรายได้เติบโตกว่า 10% โดยปัจจุบันบริษัทมีการทำสัญญาระยะยาวกับลูกค้าแล้ว 11 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีอยู่ 8 ราย ทำให้บริษัทมีลูกค้าที่รอรับรู้รายได้ที่แน่นอนส่วนหนึ่งแล้ว ”

นายชูวิทย์ กล่าวว่า สำหรับการเดินหน้าในการปรับปรุงเครื่องจักรสำหรับผลิตยางแผ่นผสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น โดยสามารถเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของยางผสมขึ้นอีก60,000 ตันต่อปี ส่วนแผนการก่อสร้างโรงงานใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์ยางแท่ง (Standard Thai Rubber 20 : STR20) และยางผสม (Mixtures Rubber) ที่กำลังการผลิต 172,800 ตันต่อปี ยังเดินหน้าได้ดีตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 และเริ่มรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มในปี2563 ทั้งนี้ เมื่อรวมกำลังการผลิตจากขยายงานทั้ง 2 โครงการแล้ว จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตยางพาราแปรรูปขั้นต้นรวมทั้งสิ้นเป็น 465,600 ตันต่อปี

Advertisement

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน