นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวถึงกรณีการเปิดจองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลัง รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท เมื่อ 23 ธันวาคม 2561ว่า ตัวเลขการจองสิทธิสรุปอย่างเป็นทางการ 1.26 แสนราย ซึ่งผู้จองสิทธิรับ SMS ระบุรหัสในการจอง ไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นเอกสารคำขอกู้ตามวันที่ธนาคารกำหนด โดยวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ธนาคารจะเริ่มประกาศลำดับการยื่นกู้ในรอบแรกประมาณ 3 หมื่นราย ซึ่งผู้จองก่อนมีสิทธิได้รหัสที่มีลำดับการยื่นกู้ก่อน สามารถตวจสอบวันให้ยื่นกู้ได้ที่ www.ghbank.co.th โดยระหว่างนี้ผู้มาจองสิทธิต้องเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 มีกำหนดผู้จองสิทธิต้องติดต่อยื่นคำขอกู้กับธนาคารภายใน 90 วัน
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ประเมินว่าผู้ที่จองสิทธิจะยื่นกู้จริงประมาณ 1 แสนราย ที่เหลืออาจยังไม่มีความพร้อม โดยธนาคารใช้เวลาในการพิจารณาสินเชื่อต่อรายประมาณ 10-15 วัน และคาดว่าจะสามารถพิจารณาสินเชื่อหมดวงเงิน 5 หมื่นล้านบาทภายใน 2-3 เดือน หรือประมาณเดือนมีนาคม 2562 น่าจะจบได้ทั้งหมดในรอบแรก ถ้ายังมีความต้องการสินเชื่อเพิ่ม ธนาคารจะเสนอไปยังคณะกรรมการธนาคารและเสนอไปยังรัฐบาลให้ขยายวงเงิน เนื่องจากรอบแรก 5 หมื่นล้านบาทต้องของครม.ในการชดเชยดอกเบี้ยประมาณ 3,800 ล้านบาท
“โครงการดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากคงที่ 3%ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จึงทำให้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก การขยายวงเงินเพิ่มเติมนั้นธนาคารต้องขอรอดูผลการพิจารณาในรอบแรกก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะแม้จะยื่นจองสิทธิเข้ามา 1.26 แสนคน แต่คาดว่าจะยื่นกู้จริงประมาณ 1 แสนคน ส่วนการอนุมัตินั้นต้องพิจารณาถึงความสามารถในการผ่อนชำระ สถานะทางรายได้ ตัวสินทรัพย์ประกอบกันด้วย ดังนันคงรอต้องดูก่อนว่าจะผ่านการพิจารณากี่ราย ยังเหลืออีกกี่รายที่ยังไม่ได้สินเชื่อ “นายฉัตรชัยกล่าว
นายฉัตรชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากมีการขยายวงเงิน ดอกเบี้ยอาจไม่ต่ำเท่ารอบแรก เพราะล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นต้องดูว่าจากนี้ไปใน 90 วันทางกนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ หากจะปรับขึ้นก็จะกระทบต่อต้นทุนของธนาคารด้วย โดยในรอบแรก 5 หมื่นล้านบาทจะไม่กระทบจากดอกเบี้ยขึ้น เพราะธนาคารเตรียมวงเงินไว้แล้ว และจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ยังยืนยันค่างวดคงเดิม 3,800 บาทต่อเดือน
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


