รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นรอลุ้นเรื่องการทำบัญชีก่อนปิดไตรมาสหรือก่อนปิดงบสิ้นปี (วินโดว์ เดรสซิ่ง) ซึ่งจากสถิติในอดีตมีโอกาสเกิดขึ้น 67% และให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 0.1% แต่มูลค่าซื้อขายคาดว่าเงียบเหงา เนื่องจากตลาดหุ้นในภูมิภาคปิดทำการ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย รวมทั้งหุ้นยุโรปจะเริ่มปิดแล้ว หรืออาจจะเปิดแค่ครึ่งวันในเทศกาลคริสต์มาส ประกอบกับความกังวลจากปัจจัยภายนอก ทั้งความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามการค้า รวมถึงกระแสข่าวนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เล็งปลดประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เนื่องจากไม่พอใจที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
แม้จะถูกกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ปรับลงเกือบ 7% มากที่สุดในรอบ 10 ปี จากวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัวจากการขึ้นดอกเบี้ย และหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอาจปิดชั่วคราว หลังนายทรัมป์ระบุว่าจะไม่อนุมัติงบประมาณเพื่อกดดันให้สภาครองเกส เห็นชอบแผนการใช้เงินเพื่อสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดน ประกอบกับราคาน้ำมันที่ติดลบ 5% ทำจุดต่ำสุดใหม่รอบ 17 เดือน ถ้าเปรียบกับตลาดหุ้นภูมิภาคตลาดหุ้นไทยยังแข็งกว่าตลาดภูมิภาค
จากฤดูกาลเม็ดเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ที่จะทยอยไหลเข้าตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ในช่วงต้นปีมีความกังวลเรื่องความผันผวนของดัชนีหุ้น จากประเด็นการครบกำหนดของกองทุนแอลทีเอฟ เพราะฉะนั้นยังไม่แนะนำกลยุทธ์การซื้อหุ้นเพิ่ม ให้รอดูสถานการณ์ก่อน ซึ่งหากดัชนีกลับมายืนที่ระดับ 1,600 จุด แนะนำให้ขายทำกำไรระยะสั้นๆ
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


