หน้าแรก เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทย...

ม.หอการค้าไทย คาดเงินสะพัดปีใหม่ 1.35 แสนล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

25.12.18 | 14:38 น.

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2562 คาดว่ามีเงินสะพัด 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% เทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา แบ่งเป็นการใช้จ่ายคนกรุงเทพฯ 6.22 หมื่นล้านบาท และคนต่างจังหวัด 7.30 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุบรรยากาศช่วงเทศกาลปีใหม่คึกคักกว่าปีที่ผ่านมา โดยเป็นการใช้จ่ายเพื่อไปท่องเที่ยวมากสุด แบ่งเป็นเที่ยวในประเทศ 5.86 หมื่นล้านบาท และเที่ยวต่างประเทศ 3.83 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1.74 หมื่นล้านบาท เลี้ยงสังสรรค์ 1 หมื่นล้านบาท เป็นต้น และปัจจัยที่คนเป็นห่วง คือ ราคาน้ำมัน คอร์รัปชั่น ซึ่งต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาพรวม การเมืองมีเสถียรภาพ ปัญหาสังคม เป็นต้น

“การใช้จ่ายผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่ มูลค่า 1.35 แสนล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากได้อนิสงส์จากการเพิ่มเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยอีก 500 บาท รวมถึงพรรคการเมืองเริ่มลงพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง สินค้าเกษตรบางตัว อาทิ มันสำปะหลัง และข้าวหอมมะลิ มีราคาดีขึ้น

สำหรับแผนการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปีใหม่ 2562 คาดว่าจะมีเงินสะพัดประมาณ 135,279.74 ล้านบาท แบ่งเป็น เลี้ยงสังสรรค์ 10,005.54 ล้านบาท ทำบุญ 7,394.86 ล้านบาท อุปโภคบริโภค 17,418.69 ล้านบาท และแบ่งออกเป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ 58,689 ล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า กล่าวว่า แม้ว่ามูลค่าการใช้จ่าย จะสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมา แต่ประชาชนมีการระมัดระวังการใช้จ่าย เพราะมองว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่โดดเด่น ทั้งยังกังวลในเรื่องของสงครามการค้าจีนกับสหรัฐ รวมถึงราคาตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลง และราคาพืชผลหลายตัวยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ที่เงินสะพัดเยอะ มีส่วนมาจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้เงินผู้มีรายได้น้อยเพิ่ม 500 บาท ทำให้มีเงินสะพัด 5,000-7,000 ล้านบาท เป็นต้น

Advertisement

“สำหรับในเรื่องของการเลือกตั้งนั้น ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความคึกคักในช่วงปีใหม่ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1/2562 เนื่องจาก คาดการว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 40,000 ล้านบาท ทั้งที่อยู่บนดินและใต้ดิน ไม่ว่าจะเป็นการจ้างคนเดินหาเสียง รวมถึงการซื้อรถยนต์ในการเดินทางหาเสียง เป็นต้น ดังนั้น เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 จะมีการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% แน่นอน และจากการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยากเดินทางท่องเที่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 24% รองลงมาคือ นายทักษิณ ชินวัตร 18.2%” นายธนวรรธน์กล่าว