นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยกระดับความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ตามมาตรการ 777 ได้แก่ 7 วันก่อนเทศกาลปีใหม่ 7 วันระหว่างเทศกาลปีใหม่ และ 7 วันหลังเทศกาลปีใหม่ โดยกำหนดเป็นนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินมาตราการเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัย โดยบูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้วันทรานสปอร์ต(One Transport) ทั้งนั้น ช่วงเทศกาลปีใหม่2562 ได้เฝ้าระวัง 88 เส้นทาง ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ร่วมกัน ระหว่างกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ถือเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ที่เป็นจุดทางร่วมทางแยก และเพิ่มความเข้มงวดทุกจุด เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตลอดเทศกาล
นายอาคม กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2561-2 มกราคม 2562 กรมขนส่งทางบก กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้ตั้งเต็นท์บริการประชาชนและเฝ้าระวังความปลอดภัยทางถนน พร้อมทั้งมีการปรับปรุงถนน ไหล่ทาง ติดตั้งไฟวับวาบ ติดป้ายเตือนเส้นทางที่มีความเสี่ยง การซ่อมแซมหลุมบ่อในผิวทางดีขึ้น รวมถึงการคืนผิวทางในพื้นที่ก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง โดยขอความร่วมมือผู้โดยสารให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ อาทิ ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการโดยสาร เป็นต้น
นายอาคม กล่าวว่า ความเข้มข้นในปีนี้ จะดูแลในส่วนของมอเตอร์ไซค์ ซึ่งถือเป็นการณรงค์เพิ่มเติมจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงยืนยันที่จะรณรงค์ในเรื่องเดิม คือเปิดไฟหน้า พร้อมสวมใส่หมวกกันน็อคตลอดการขับขี่ เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ พบผู้ไม่สวมหมวกกันน็อคเป็นจำนวนมาก ส่วนรถยนต์ให้ยึดหลัก ขับช้า เปิดไฟหน้า และคาดเข็มขัด ฉะนั้น จึงได้เพิ่มรถตรวจการประจำตามจุดต่างๆ อาทิ ทางร่วม ทางแยก และปากซอย โดยมอยหมายให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เป็นผู้ดูแล ส่วนมาตราการทางน้ำ ทางกรมเจ้าท่าจะเป็นผู้ดูแล ส่วนการเดินทางในกรุงเทพฯจะเน้นความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น
“ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ได้10% ถือว่าอยู่ในวิสัยที่สามารถควบคุมได้ แต่ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ขับขี่ด้วย ส่วนเป้าหมายใหญ่ของกระทรวงคมนาคมอยากเน้นในส่วนของวิชั่นซีโร่ ซึ่งเป็นไปตามมาตราฐานสากลทั่วโลก ถือเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาว ซึ่งจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงไหน ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ ที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปทั้งคนพร้อม รถพร้อม ถนนพร้อม ” นายอาคม กล่าว
นายพีระพล ถาวสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมขนส่งทางบกยกระดับความเข้มข้นทุกมาตราการ โดยเฉพาะการเข้มงวดตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทาง ที่นำมาวิ่งเสริมทุกวัน เพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ควบคู่กับการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถและผู้ประจำรถทุกคน ต้องไม่มีสารเสพติด และแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์100% ซึ่งการตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างทางบนถนนสายหลักและสายรอง 17 จังหวัด อาทิ กำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง ตาก ขอนแก่น ระยอง และสงขลา เป็นต้น
นายพีระพล กล่าวว่า การติดตามควบคุมพฤติกรรมการขับขี่รถผ่านศูนย์บริหารจัดเดินรถระบบจีพีเอสทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการตรวจสอบความเร็วของรถโดยสารและรถบรรทุกด้วยกล้องเลเซอร์ พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการบริหารการดูแลประชาชนเทศกาลปีใหม่2562 กรมขนส่งทางบก เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามมาตราการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของกรมขนส่งทางบกในภาพรวมทั่วประเทศ
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


