นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวขณะร่วมงานเปิดโครงการ ฮัก แท็กซี่ ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ว่า จุดประสงค์ของโครงการ หวังช่วยปลดภาระให้กับแท็กซี่ พร้อมจะเข้าไปช่วยในการเสริมแกร่ง โดยการพัฒนาซอฟต์แวร์ดิจิทัล ให้มีความทันสมัยและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับด้านการบริการ ซึ่งการเปิดให้ลงทะเบียนในรอบแรกหวังให้มีผู้เข้าร่วม 10,000 ราย แต่คาดว่าวันนี้(27 ธันวาคม)น่าจะเกิดความคาดหมาย
” คาดว่าแท็กซี่ในประเทศไทย มีความต้องการที่จะเปลี่ยนรถแท็กซี่กว่า 30,000 คัน ซึ่งทาง ธพว.จะนำข้อมูลจากผู้เข้าร่วมแสดงเจตจำนงในครั้งนี้ไปศึกษาเพิ่มเติม หากโครงการประสบความสำเร็จอาจจะมีการเปิดโครงการการฯอีกครั้ง ภายใต้งบประมาณ 30,000 ล้านบาท ของ ธพว. ที่สามารถนำมาใช้ได้อีก 10,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะใช้งบประมาณของทาง ธพว. เท่านั้น ”


ด้านนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า คาดว่าในการเปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการ ฮัก แท็กซี่ เสริมแกร่งแท็กซี่ไทย ทั้งวันที่ 27 ธันวาคม จะมีผู้มาลงทะเบียนกว่า 10,000 ราย ซึ่งในชั่วโมงแรกหลังเปิดให้ลงทะเบียน โดยมีรายชื่อผู้เข้าระบบ 1,500 ราย จากจำนวนผู้มารอลงทะเบียนกว่า 5,000 ราย ซึ่งสำหรับผู้ที่มาแสดงเจตจำนงในวันนี้ แม้ว่าจะเกินจำนวนที่กำหนดไว้ ทาง ธพว. พร้อมรับไว้พิจารณาทุกราย โดยจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารทั้งหมด 45 วัน
นายมงคล กล่าวว่า ในเรื่องของการขยายการเปิดรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมลงทะเบียน จะต้องดูรอดูผลตอบอีกครั้ง เพราะได้กำหนดวงเงินโครงการไว้ 10,000 ล้านบาท โดยในวันที่ 28 ธันวาคม จะทำการพิจารณาเอกสาร โดยเงื่อนไขผ่อนปรน ผ่อนถูกกว่าจ่ายค่าเช่ารถ ผู้กู้สามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระได้ ให้สิทธิ์ 1 คนต่อการกู้ซื้อรถได้ 1 คัน โดยสามารถกู้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เพื่อนำไปซื้อรถยนต์และอุปกรณ์ตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ย 0.42% ต่อเดือน หากคิดเทียบเท่ากับดอกเบี้ยของแท็กซี่จะอยู่ที่ประมาณ 2.5%ต่อเดือน
นายมงคล กล่าวว่า ธพว.ต้องการให้โครงการ ฮัก แท็กซี่ฯ เป็นโครงการ ที่รับฟังเจตจำนงของผู้ประกอบการ ว่าต้องการอะไร ธพว. และต้องยกระดับการประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น การยกระดับแท็กซี่ จะช่วยให้ผู้ประกอบการอาชีพนี้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่เป็นต้องหนี้นอกระบบ ขณะที่ ผู้ใช้บริการ ได้รับความสะดวก ปลอดภัย รวมถึง สร้างภาพลักษณ์ต่อการท่องเที่ยวไทย

