หน้าแรก เศรษฐกิจ ยื่นกู้บ้านล้...

ยื่นกู้บ้านล้านหลังวันแรกคึกคัก ธอส.ลั่นดูแลผู้จองสิทธิให้มีบ้านครบทุกราย-เตรียมขยายเฟส 2

2.01.19 | 13:00 น.

นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคม เป็นวันแรกที่ธอส.เปิดให้ยื่นขอสินเชื่อในโครงการบ้านล้านหลัง ซึ่งสั่งการไปยังฝ่ายจัดการแล้วให้ดูแลผู้ที่ยื่นจองสิทธิทุกราย หากรายไหนพบปัญหาในการยื่นกู้ ใช้แนวทางซีเอสอาร์ คือ โรงเรียนการเงินไปสอนวินัยทางการเงิน ใครมีปัญหาเครดิต หรือเครดิตบูโรให้เข้าไปช่วยให้คำแนะนำเพื่อให้กู้ผ่าน โดยยืนยันดูแลคนที่จองสิทธิเข้ามา 1.27 แสนรายให้มีบ้านเป็นของตัวเองทุกคน

นายสุรชัยกล่าวว่า หากวงเงินขอกู้เกินกว่าที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) กำหนดไว้ 5 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังให้ธอส.ทำเรื่องเสนอว่าต้องการยอดเพิ่มเท่าไหร่ ซึ่งพร้อมที่จะขยายให้ ในเฟส 2 และเฟส 3 ต่อไป รวมถึงจะขยายให้กับคนที่มาจองไม่ทันเฟสแรก ซึ่งจากการเปิดให้จองสิทธิเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2562 ทำให้เห็นว่าคนไทยมีความต้องการบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาทอีกมากมาย

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคม กำหนดให้ผู้จองสิทธิเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 เปิดให้ยื่นกู้ในกลุ่มแรก 5.9 หมื่นล้านบาท พบว่ามีประชาชนมารอยื่นกู้ตั้งแต่ 06.00 น. โดยยืนยันว่าจะพยายามช่วยให้ทุกคนมีบ้านเป็นของตัวเอง ถ้าใครเอกสารผ่านพิจารณาเงินกู้ได้ทันที แต่ในส่วนของบางคนที่มีปัญหาด้านเอกสาร จะให้โรงเรียนการเงินช่วยดูแล

นายฉัตรชัยกล่าวว่า สำหรับการขยายวงเงินในเฟส 2 เท่าไหร่ เงื่อนไขจะเป็นอย่างไรนั้น ขอรอดูผลการกู้ของทั้ง 1.27 แสนรายก่อน คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณากลุ่มแรกภายใน 2 เดือน หลังจากนั้นจะประเมินว่ามีกู้ผ่านกี่ราย ต้องให้โรงเรียนการเงินช่วยกี่ราย และต้องการเงินเพิ่มอีกเท่าใด

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ผลจากการยื่นจองสิทธิพบว่าประชาชนกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเดือน ให้ความสนใจยื่นขอสินเชื่อถึง 1.3 แสนล้านบาท ดังนั้น ธอส.จะต่อคณะกรรมการ(บอร์ด)วันที่ 22 มกราคมนี้ ให้ปรับสัดส่วนการกู้ใหม่ จากเดิมกำหนดสินเชื่อกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเดือนไว้เพียง 2 หมื่นล้านบาท ขยายเป็น 4 หมื่นล้านบาท และลดสัดส่วนสินเชื่อที่จะให้กลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 25,000 บาทต่อเดือน เหลือเพียง 1 หมื่นล้านบาท

Advertisement

“การปรับสัดส่วนการให้สินเชื่อจะกระทบงบชดเชยดอกเบี้ยที่ครม.อนุมัติไว้ไม่เพียงพอเนื่องจากในกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 25,000 บาทกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 5 ปี แต่กลุ่มที่รายได้สูงกว่า 25,000 บาทอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 3 ปี ดังนั้น ธอส.ต้องเสนอ ครม. ของชดเชยเพิ่มปีละ 340 ล้านบาท หรือรวม 700 ล้านบาท โดยคาดว่าเงินกู้เตรียมไว้ 5 หมื่นล้านบาทจะหมดแน่นอน ซึ่งผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อกลุ่มแรกจะเริ่มลงนามทำนิติกรรมวันที่ 29 มกราคมนี้”นายฉัตรชัยกล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน