นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.หรือเอสเอ็มอีแบงก์)เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงเอสเอ็มอีรายย่อยมียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือ 1.5 แสนบาทต่อเดือนจะได้รับผลกระทบจารการบัญคับใช้บัญชีเดียวในการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินวันที่ 1 มกราคม 2562 โดยเอสเอ็มอีรายย่อนส่วนใหญ่ไม่ได้มีการจดทะเบียนภาษี แสดงให้เห็นว่าไม่อยู่ในระบบ ทำให้กลุ่มนี้จะมีปัญหาเข้าระบบสินเชื่อธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าไปได้เพียง 4% ธนาคารรัฐเข้าไปได้เพียง 17% โดยที่เหลือ 80% เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ตรงนี้เป็นทัศนคติเชิงลบ คนเหล่านี้เข้าไม่ได้
“เอสเอ็มอีส่งออกมีประมาณ 4-5 หมื่นรายจากเอสเอ็มอีจดทะเบียนนิติบุคคล 7 แสนราย โดยมีการส่งงบต่อเนื่องประมาณ 2 แสนราย จากเอสเอ็มอี 2.5 ล้านคน โดยเอสเอ็มอีเป็นนิติบุคคลมีการเสียภาษีเหมาะสม ยังไม่น่าห่วง แต่ที่น่ายเป็นห่วงกลุ่มรายย่อย เพราะในปี 2562 นี้รัฐบาลประกาศเดินหน้าบัญชีเดียว หลังจากประกาศล่วงหน้ามา 3 ปีและให้เวลาปรับตัวมา 3 ปีแล้วผ่านมาภาครัฐมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับบัญชีเดียวกับผู้ประกอบการตามลำดับ ถือเป็นสิ่งที่เอสเอ็มอีต้องเรียนรูป เพราะการมีระบบบัญชีที่ถูกต้องทำให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ”นายมงคลกล่าว
นายมงคลกล่าวต่อว่า ใน2562ธพว.มีแผนที่จะพาเอสเอ็มอีกว่า 6 แสนรายเข้าสู่ดิจิตอล จะพยายา,ให้กลุ่มเอสเอ็มอีเหล่านี้มีการลงระบบบัญชีง่าย ในแอพพลิเคชั่นพารวย แค่บันทึกข้อมูลในมือถือ สแกนข้อมูลทางการเงิน สต็อคสินค้า ถือเป็นการเข้าระบบบัญชีแล้ว โดยขณะนี้ผู้ประกอบการหลายแห่งกำลังปรับปรุงตัวเอง ดังนั้นเอสเอ็มอีต้องยกระดับปรับเปลี่ยนวิธีการขาย ตั้งเป้าหมายว่าแนวทางดังกล่าวทำให้เอสเอ็มอีมีกำไรเพิ่มขึ้น 15% เป้าหมายเอสเอ็มอี 1 หมื่นราย ให้มีกำไรเพิ่ม 2 แสนบาทต่อปี
นายมงคลกล่าวต่อว่า ธนาคารมีสินเชื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีบัญชีเดียว เช่น สินชื่อสินเชื่อแฟคตอริ่ง เพื่อช่วยเครดิตการค้าไม่สะดุด สามารถให้กู้แบบไม่มีหลักประกัน 80-90% ของลูกหนี้การค้า
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


