เดวิด แจ็คสัน กรรมการผู้จัดการ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ในกลุ่ม เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส เปิดเผยว่า เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส เปิดรับจอง เดอะ นิว คอนทิเนนทัล จีที คอนเวอร์ติเบิล (The New Continental GT Convertible) โควต้าในประเทศไทยมีเพียง 2 คันเท่านั้น เป็นรถที่มีดีไซน์โดดเด่น สง่างาม จากการเปิดตัวที่กรุงซิดนีย์ที่ผ่านมา พบกว่าดีไซน์นั้นเป็นความลงตัว ทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งรุ่นนี้มาพร้อมกับพละกำลังเหนือชั้น เครื่องยนต์ W12 อัดแรงม้าได้ถึง 635 แรงม้า และน้ำหนักของรถเบาลง 20% และรวมระยะเวลาในการเปิดประทุนเพียง 19 วินาที ที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คอนทิเนนทัล จีที คอนเวอร์ติเบิล เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่กรุงซิดนีย์ เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา เสมือนเป็นตัวแทนของการผสมผสานกันระหว่างรถเปิดประทุนหรูหรากับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ทรงพลัง เครื่องยนต์ความจุ 6.0 ลิตร W12 มีพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 635 แรงม้า ระบบส่งกำลังเครื่องยนต์มีอัตราการทดเกียร์อยู่ที่ 8 สปีด ระบบช่วงล่างได้รับการพัฒนาให้ยกระดับให้สูงและต่ำลงได้ ระบบพวงมาลัยแม่นยำส่งผลให้รถมีอัตราการเร่งเครื่องยนต์โดดเด่น การขับเคลื่อนและการรักษาเสถียรภาพทำได้ดี ส่งผลให้รถมีความสะดวกสบายสูงสุด ระบบขับเคลื่อนออกมาในรูปแบบระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถมีสมรรถนะในการเกาะถนนได้อย่างดี
มีพละกำลังเครื่องยนต์ที่ถูกส่งออกมาสู่ทุกๆ สภาวะของท้องถนนได้อย่างเต็มพิกัด ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 333 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียงแค่ 3.8 แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 900 นิวตันเมตร รักษาระดับแรงบิดนี้ไว้ได้จนถึง 4,500 รอบต่อนาที

งานออกแบบตกแต่งภายในห้องโดยสารให้บรรยากาศหรูหราร่วมสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัยมากมาย เป็นหนึ่งเดียวกับชิ้นงานตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติ ผ่านการขัดเกลาและติดตั้งอย่างสวยงาม แสดงออกถึงความกลมกล่อมมาพร้อมความหรูหรา บ่งบอกถึงความล้ำหน้าและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเบนท์ลีย์
ภายในประกอบด้วยอุปกรณ์สุดล้ำ ไดรฟ์เวอร์-โฟกัสด์ อินสตรูเมนท์ พาเนล (Driver-focused instrument panel) แผงหน้าปัทม์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ และเบนท์ลีย์ โรเตติ้ง ดิสเพลย์ (Bentley Rotating Dispaly) หน้าจอแสดงผลสำหรับการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต ความคมชัดจากหน้าจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมปรับเปลี่ยนได้ถึงสามรูปแบบ สามารถปิดหน้าจอด้วยแผงลายไม้แท้กลมกลืนเรียบเนียน หรือเติมแต่งความสวยหรูมีระดับด้วยชุดเกจย์วัดทรงกลมแบบเข็มสามช่องสไตล์คลาสสิก
รุ่นนี้มาพร้อมกับ อัลลอยด์ 22 นิ้วที่ลาย ไฟว์ ไทร สโปก (Five Tri spoke) ภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยงานฝีมือ และมีจุดเด่นด้วยการติดตั้งชุดแต่ง มุลไลเนอร์ ไดรฟ์วิ่ง สเปกซิฟิเคชั่น (Mulliner Driving Specification) มาเป็นอุปกรณ์ตกแต่งมาตรฐานให้กับรถ เสริมความเป็นเอกลักษณ์ของความหรูหราร่วมสมัยเข้าไว้กับความสปอร์ต หลังคาผ้าใบมีให้เลือกแบบถึง 7 สี 7 แบบ และทำเวลาการเปิดประทุนที่ 19 วินาที ณ การเคลื่อนตัวที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทางเอเอเอสยังไม่ได้ระบุราคาจำหน่ายแต่อย่างใด

