นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเสนอ พ.ร.บ. โรงงานอุตสาหกรรม และ พ.ร.บ. นิคมอุตสาหกรรมต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจาณาในวาระที่ 1 โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการและจะส่งต่อให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้านเนื่องจากเป็นห่วงต่อผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันกับการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการแต่ต้องกำกับดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยต่อประชาชนด้วย
นายสมชายกล่าวว่า สำหรับ พ.ร.บ. โรงงานอุตสาหกรรมต่อจากนี้ไปจะไม่มีอายุของใบอนุญาตโรงงาน (ร.ง.4) แต่เพื่อดูแลป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัย กระทรวงยังคงมีการตรวจสอบเป็นระยะเช่นเดิม พร้อมทั้งให้โรงงานมีการรับรองตัวเองในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งมีการปรับนิยามโรงงานให้กิจการย่อยๆ ขนาดเล็กต่ำกว่า 50 แรงม้า คนงานต่ำกว่า 50 คน ไม่ถือว่าเป็นโรงงาน
“ในการตรวจสอบจะมีหน่วยงานภายนอก(third party)ที่จะให้การรับรองความ ในการตรวจสอบ รับรอง เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แต่จะมีบท ควบคุม กำกับ ตรวจสอบ ประเมิน คุณสมบัติ คุณภาพงาน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนการปรับนิยามโรงงานขนาดเล็กกว่า 50 แรงม้าไม่ถือว่าป็นโรงงาน เพราะกิจการเหล่านี้ส่วนมากเป็นกิจการบริการเพื่อชุมชน เช่น ซ่อมจักรยานยนต์ วิสาหกิจครัวเรือนหรือขนาดย่อม แม้ไม่อยู่ภายใต้การกำกับว่าด้วยโรงงาน แต่กิจการเหล่านี้ องค์กรท้องถิ่นก็สามารถกำกับ ดูแลได้ตามอำนาจหน้าทีมีอยู่แล้ว โดยในช่วงกว่า 7-8 ปีที่ผ่านมาได้มีการโอนภารกิจนี้ให้กับเทศบาลไปกว่า 4,000 เทศบาล ซึ่งก็สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดีและมีการพัฒนาการกำกับดูแลให้ดีขึ้นมาโดย” นายสมชายกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

นายสมชายกล่าวว่า ขณะที่ พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรม ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)จะให้บริการด้านอนุญาต รับรอง ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมในนิคมฯ เป็นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว ด้านการอนุญาตที่จำเป็นต่างๆ ตั้งแต่การถมดิน การใช้อาคาร ผังเมือง การเข้าเมืองของคนต่างด้าว การนำเข้าหรือออกเขตประกอบการเสรี และการสาธารณสุข อีกด้วย ทำให้การจัดตั้งกิจการในนิคมฯ สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายสมชายกล่าวว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวยังขยายภารกิจของ กนอ. ให้สามารดำเนินกิจการอื่นๆ มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารนิคมฯ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การลงทุนด้านสาธาณูปโภคเพื่อให้บริการและประโยชน์ของผู้ประกอบการในนิคมฯ รวมทั้งการตั้งบริษัท หรือร่วมลงทุนกับผู้อื่นได้ และการทำกิจการเพื่อประโยชน์กับชุมชนโดยรอบอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการขยายภารกิจและหน้าที่ให้ กนอ. สามารถปรับตัวได้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเริ่มนโยบายเชิงรุกได้ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำนักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ
นายวันชัย พนมชัย รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) กล่าวว่า ในส่วนของ พ.ร.บ.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขณะนี้มีความคืบหน้ามากพอสมควรเช่นกัน ผ่านสนช.วาระแรกแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของกรรมการธิการวิสามัญ ทั้งนี้ พ.ร.บ.มาตรฐานฯฉบับใหม่จะสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น และมีความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะปรับโทษสูงขึ้น เพื่อให้ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค รวมทั้งมีการคุ้มครองสินค้าภายในประเทศมากขึ้นเพื่อป้องกันสินค้าที่จะเข้ามาทุ่มตลาดในอนาคต นอกจากนี้เพื่อเป็นการสอดรับกับพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการมากขึ้น พ.ร.บ.มาตรฐานฯฉบับใหม่จะมีการลดขั้นตอนให้มีความสะดวกเร็วแก่ผู้ประกอบการด้วย

