หน้าแรก เศรษฐกิจ เอสเอ็มอีแบงก...

เอสเอ็มอีแบงก์เคาะฮักแท็กซี่ 7,400 ราย สัปดาห์หน้าเริ่มให้กู้จบใน 45 วัน

3.01.19 | 14:58 น.

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า จากเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561ที่ผ่านมา ธนาคารเปิดให้ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการ ฮัก TAXI เสริมแกร่งแท็กซี่ไทย พบว่าในวันดังกล่าวมียอดผู้แสดงเจตจำนงกว่า 6,000 ราย หลังจากนั้น เปิดให้แสดงเจตจำนงผ่านทางออนไลน์ต่อเนื่อง นับถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 มียอดแสดงเจตจำนงเพิ่มเติมอีกกว่า 3,500 ราย รวมแล้ว มียอดผู้แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการกว่า 9,500 ราย และเมื่อตรวจสอบความถูกต้อง และตัดผู้แสดงเจตจำนงซ้ำซ้อนออกไป เหลือจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 7,400 ราย ดังนั้น ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สามารถแสดงเจตจำนงได้อีกจนกว่าจะครบ 10,000 คนตามกำหนดวงเงินของโครงการ 10,000 ล้านบาท

นายมงคลกล่าวว่า ธนาคารได้นำข้อมูลของผู้แสดงเจตจำนงต้องการร่วมโครงการฮัก TAXI ทั้งในวันที่ 27 ธันวาคม และผ่านออนไลน์ เพื่อสรุปเป็นงานวิจัยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้น ธนาคารจะนำผลงานวิจัยมาออกแบบเป็นแนวทางการดำเนินโครงการ คุณสมบัติผู้กู้ และออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน หรือประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยอยู่ภายใต้หลักสำคัญ3เติม ได้แก่1. เติมทักษะช่วยเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และยกระดับงานบริการด้วยเทคโนโลยี โดยผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ที่แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับทุกคน เช่น อบรมการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน การอบรมการให้บริการ และอบรมการใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อการสื่อสาร รวมถึง ได้รับการแนะนำและสนับสนุนเข้าถึงกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ

นายมงคลกล่าวว่า 2. เติมทุนรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนถูกกว่าการเช่ารถ และได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถ ผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 4-7 ปี ขึ้นอยู่ความสามารถในการหารายได้ ประเภท ราคายี่ห้อรถยนต์ วินัยการเงินของผู้ที่มีความตั้งใจประกอบอาชีพอย่างมืออาชีพ ผ่านสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ที่จะได้รับเงินทุนนั้น ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและคุณสมบัติที่ธนาคารกำหนด และ3.เติมคุณภาพชีวิต สิทธิ์ประโยชน์ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ ลดภาระให้ครอบครัว และเข้าถึงสวัสดิการที่ดี เช่น ได้รับประโยชน์การคุ้มครองจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตามมาตรา 40 เข้าถึงกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เงินสงเคราะห์บุตร ค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ รวมถึง ได้รับเงินทุนผ่านสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ จะต้องมีวินัยการเงิน ตั้งใจประกอบอาชีพขับแท็กซี่อย่างมืออาชีพตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ฮัก TAXI

นายมงคลกล่าวว่า ในระหว่างสรุปข้อมูลวิจัย ธนาคารจะเริ่มจัดกิจกรรมเติมทักษะเพื่อยกระดับการให้บริการในลำดับแรกก่อน โดยไม่ต้องรอถึง 45 วัน รวมถึงจะมีการแจ้งข่าวสารความคืบหน้าให้ผู้แสดงความจำนงทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ที่แสดงเจตจำนงร่วมโครงการฮักTAXI ส่วนใหญ่สิ่งแรกที่ต้องการ คือ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปซื้อรถใหม่ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของ เอสเอ็มอีแบงก์พบว่า หากให้แต่เงิน จะไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืน จำเป็นต้องให้ความรู้ควบคู่ไปด้วย ดังนั้น แนวทางการดำเนินโครงการฮักTAXI สิ่งสำคัญที่สุด มุ่งให้ผู้ประกอบอาชีพที่แสดงเจตจำนงเข้าโครงการทุกรายได้รับการเติมทักษะ ซึ่งจะช่วยให้สามารถประกอบอาชีพขับแท็กซี่ได้อย่างยั่งยืน มีรายได้เพิ่ม ลดรายได้ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้โดยสาร นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงยกระดับบริการแท็กซี่ได้ทั้งระบบ