นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันจำหน่ายผลปาล์มน้ำมันได้ในราคาต่ำและเรียกร้องขอให้มีการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันที่อ่อนตัวลง โดยขอให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มรับซื้อผลปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม โดยการรับซื้อนั้นต้องคำนึงถึงผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมันปาล์มที่โรงงานสามารถนำไปจำหน่ายได้ เพื่อมาบวกเพิ่มในการตั้งราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันจากเกษตรกร รวมทั้ง ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร ให้สอดคล้องกับราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ด้วย
” กรมจึงได้จัดทำโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมัน น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้เป็นแนวทางในการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และราคาน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร” นายวิชัย กล่าว
นายวิชัย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อช่วยให้ผลปาล์มน้ำมันมีราคาสูงขึ้น กระทรวงฯได้มีการบูรณาการในการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่1. การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมการค้าภายในกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการดำเนินมาตรการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ผลิตกระแสไฟฟ้าตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จำนวน 160,000 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 18 บาท เพื่อนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง
2.การบริหารจัดการปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือ โดยให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการรายงานผลการตรวจสอบปริมาณสต็อกในพื้นที่ที่ปลูกปาล์มน้ำมันทุกสิ้นเดือน เพื่อประมวลผลปริมาณสต็อกและเผยแพร่ทางเว็บไซต์กรมการค้าภายใน (www.dit.go.th )ทุกวันที่ 3 ของเดือนถัดไป เพื่อให้ทุกฝ่ายรวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันได้รับทราบถึงปริมาณสต็อกคงเหลือได้ทันต่อสถานการณ์ และสามารถคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของปริมาณและราคาได้
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


