เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) ได้ส่งข้อความ ด่วนที่สุด เรื่องการสำรวจความเสียหายและการปรับปรุงรายงานการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุ’ปาบึก’ ถึงปลัดกษ. และผู้บริหาร กษ.ทุกระดับว่า
ตามที่ได้เกิดเหตุพายุปาบึก พัดผ่านจังหวัดภาคใต้ ทำให้เกษตรกรได้รับผล กระทบจากพายุดังกล่าวโดยมีข้าราชการและหน่วยงานกษ.ได้เริ่มลงไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกรและเฝ้าระวังป้องกัน ตั้งแต่เกิดก่อนเหตุจนถึงปัจจุบัน ด้วยความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ทำให้ลดความเสียหายได้ระดับหนึ่งแล้ว นั้น
เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปด้วยความรวดเร็วมีประสิทธิภาพ จึงให้หน่วยงานสังกัด กษ.แต่งตั้งคณะทำงานสำรวจความเสียหายและการช่วยเหลือเกษตรกรประจำพื้นที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ๆได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกโดยให้มีตัวแทนของหน่วยงานแต่ละกรมในสังกัด กษ.ที่ปฎิบัติงานในพื้นที่มาประกอบกำลังกันให้เกิดเอกภาพ หากกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณงานให้อธิบดีแต่ละกรมออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่จากจังหวัดที่ไม่ประสบภัยหรือส่วนกลางลงไปช่วยเหลือคณะทำงานในพื้นที่โดยด่วน อย่าให้ชักช้าจนเสียการ ทั้งนี้มอบหมายให้กษ.จังหวัดในฐานะเลขานุการ อพก.เป็นหน่วยประสานงานระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด/ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภับจังหวัดกับหน่วยปฎิบัติอื่นๆให้รับทราบการปฎิบัติงานของหน่วยงาน กษ.ในพื้นที่เป็นระยะๆด้วย
ขณะเดียวกันเพื่อให้เกิดความกระชับในการรายงานผลการช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งจะสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน จึงขอให้ปรับปรุงการสรุปรายงานการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพายุ ปาบึก ให้ชัดเจนตามลำดับทั้งการบรรยายสรุปโดยวาจาและหรือการเขียนรายงานเป็นเอกสาร ดังนี้
1.เมื่อไหร่เกิดอะไรขึ้นที่ไหนและปรากฎความเสียหายที่มีผลกระทบต่อเกษตรกรในแต่ละด้านอะไรบ้าง(พืช/ปศุสัตว์/ประมง)และกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกิดเหตุอย่างไรที่ไหนบ้างและผลเป็นอย่างไร ทั้งนี้ อย่าลืม การรายงานผลการช่วยเหลือชาวสวนยางซึ่งมีระเบียบการช่วยเหลือแยกต่างหากจากพืชทั่วไปของกยท.ด้วย
2.ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามข้อ 1 ระเบียบฯกำหนดไว้ว่าอย่างไรมีขั้นตอนการดำเนินงาน/พิจารณาอย่างไรบ้าง
3.สรุปผลการช่วยเหลือเมื่อไหร่ได้เยียวยา/ช่วยเหลืออะไรไปแล้วบ้างคงค้างเรื่องอะไร
4.กรณีผู้ปฎิบัติหรือหน่วยปฎิบัติในพื้นที่ จะเสนอความเห็นด้วยก็ได้ในฐานะผู้ปฎิบัติว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐควรช่วยเหลือเยียวยาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่เพราะเหตุใด หรือควรแก้ไขระเบียบหรือลดขั้นตอนตรงไหนบ้างเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นต้น

