ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นหลังเปิดทำการเป็นวันแรกของสัปดาห์ว่า ภายหลังตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดทำการ ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,587.95 จุด ปรับขึ้นทันที 12.82 จุด หรือปรับเพิ่มขึ้น 0.81%
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยและการลงทุนในสัปดาห์นี้ว่า ประเด็นที่ตลาดหุ้นทั่วโลกให้ความสนใจคือการเจรจาการค้าของสหรัฐฯกับจีนในวันที่ 7-8 มกราคมนี้ ในเบื้องต้นทางจีนได้มีการเสนอลดภาษีสินค้านำเข้าและเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนลดการเกินดุลการค้าที่มีต่อสหรัฐฯด้วยวิธีต่างๆ รวมถึงประเด็นในเรื่องสินค้าด้านเทคโนโลยี ซึ่งหากผลประชุมออกมาดีจะมีผลบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกและอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาดด้วย
ขณะที่ปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวกลับขึ้นมา ล่าสุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นมาแตะระดับ 57 เหรียญสหรัฐ จากระดับต่ำสุดของปีก่อนที่ 49 เหรียญสหรัฐ หากประเด็นการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีนคลี่คลายลงจะส่งผลให้หุ้นกลุ่มน้ำมัน ปิโตรเคมีและจะส่งผลให้หุ้นกลุ่มน้ำมันเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้
ส่วนปัจจัยในประเทศที่สำคัญคือ เรื่องกำหนดวันเลือกตั้งที่มีการเลื่อนออกไป มองว่าไม่ได้เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นมากนัก หากกำหนดวันเลือกตั้งเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 10 มีนาคมหรือ 24 มีนาคม และน่าจะทำให้นักลงทุนที่เคยกังวลว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนไปไกลนั้น กลับเข้ามาซื้อหุ้น อย่างไรก็ตามประเด็นในเรื่องการเลือกตั้ง ยังคงให้ความสนใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งมากกว่าเพราะจะมีผลต่อทิศทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโดยตรง
“สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ประเมินว่าจากการทดสอบตลาดด้วยข่าวเชิงลบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นได้แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง ดัชนีสามารถยืนระดับเหนือ 1,550 จุดได้ ดังนั้นสัปดาห์นี้บรรยากาศน่าจะเริ่มดีขึ้นหลังความกังวลในเรื่องวันเลือกตั้งนั้นมีความชัดเจน และหากการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีนผลออกมาดี ก็คาดว่านักลงทุนพร้อมที่กลับเข้ามาซื้อหุ้น โดยประเมินกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ที่ 1,550-1,590 จุด กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ยังให้ความสนใจหุ้นที่มีกำไรที่มั่นคงแข็งแรง และหุ้นที่เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งหุ้นที่น่าสนใจสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย PTTGC, TOP, CPALL, BDMS,, AMATA, GUNKUL, STEC” นายวินกล่าว
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า คาดดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,585 – 1,590 จุด ก่อนจะสลับอ่อนตัว จากหลายปัจจัยบวก ได้แก่ ความคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ในช่วงวันที่ 7 – 8 มกราคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการยุติสงครามการค้า ขณะเดียวกันทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมถึงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นหลังภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) แรง รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นล่าสุด 31.9 – 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หนุนเม็ดเงินต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าลงทุน อย่างไรก็ตามความกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวหลังดัชนีภาคการผลิตประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เช่น สหรัฐ จีน และยูโรโซนที่ชะลอตัวจะยังคงเป็นแรงกดดันให้ดัชนีมีโอกาสถูกแรงขายสลับเข้ามาในจังหวะที่ดีดตัวขึ้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


