นายกฤษฏา บญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการเพื่อให้หน่วยงานในสังกัดเร่งสำรวจประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและด้านเกษตร โดยเฉพาะความเสียหายต่อการประมง ทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน เพาะเลี้ยงชายฝั่ง บริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตลอดแนว เพื่อให้เกษตรกรและชาวประมงได้รับการ ช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องจากรัฐอย่างทั่วถึง รวมทั้งวางแผนระดมและจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ เป็นรายอำเภอ
นายกฤษฏา กล่าวว่า สำหรับการประเมินความเสียหายของกระทรวงเกษตรฯเบื้องต้น พบพื้นที่การเกษตรประสบภัย 14 จังหวัด พื้นที่ความเสียหาย 148,925 ไร่ รวมเกษตรกร 207,717 รายแบ่งเป็น ด้านพืช 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง ปัตตานี พัทลุง และชุมพร เกษตรกร 164, 926 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 126,561 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 25,596 ไร่ พืชไร่ 2,984 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 97,981 ไร่
“ ส่วนแนวทางการช่วยเหลือ สมาชิกการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่เสียสภาพสวน ให้ทุนปลูกแทน ไร่ละ 16,000 บาท ช่วยเหลือค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ไม่เกินครัวเรือนละ 11,000 บาท ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมคอกสัตว์/โรงเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 5,000 บาท”นายกฤษฏา กล่าว
นายกฤษฏา กล่าวว่า สำหรับด้านประมงได้รับผลกระทบ 11 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, ปัตตานี, ประจวบคีรีขันธ์, จันทบุรี, ตราด, ระยอง, จันทบุรี, ระนอง และชลบุรี เกษตรกร 6,653 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตวน้ำ คาดว่าเกิดความเสียหาย 22,364 ไร่ ส่วนเรือประมง ประสบภัย 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ตราด, นครศรีธรรมราช, ระนอง, สงขลา และปัตตานี จำนวน 88 ลำ และด้านปศุสัตว์ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช, สุราษฎรธ์านี, นราธิวาส, ปัตตานี และประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกร 35,835 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 1.72 ล้านตัว แบ่งเป็น โค-กระบือ 68,271 ตัว สุกร 63,720 ตัว แพะ-แกะ 13,712 ตัว และสัตว์ปีก 1.53 ล้านตัว
” ลักษณะความเสียหาย ในพื้นที่ภาคตะวันออก เรือประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่เป็นเรือที่จอดบริเวณชายหาด น้ำเข้าเครื่องยนต์เรือ สามารถถอดมาล้างและใช้งานได้ เปลือกเรือแตกเนื่องจากเรือกระแทกกันขณะจอดก็สามารถซ่อมแซมได้” นายกฤษฏา กล่าว
นายกฤษฏา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดที่มีสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ให้เร่งวางแผนและดำเนินการทันที รวมทั้งจัดทำชุดข้อมูลเพื่อประกอบการเสนอกองบัญชาการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.)พิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังให้เฝ้าระวัง ป้องปราม การจำหน่ายวัสดุทางการเกษตร เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและกักตุนสินค้าวัสดุการเกษตรอย่างเคร่งครัด
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


