แบงก์เจ้าหนี้เร่งทำแผนฟื้นฟูฯเอิร์ธใหม่ ชี้ต้องทำงานร่วมกัน มั่นใจทุกฝ่ายได้ประโยชน์

นายปริญญา พัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเดินหน้าทำแผนฟื้นฟู บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ศาลล้มละลายกลาง ไม่อนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการของเอิร์ธที่ทางธนาคารกรุงไทยในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ได้ยื่นเสนอไปก่อนหน้านี้ ส่วนแผนฟื้นฟูดังกล่าวที่มีการทำแผนใหม่เพื่อยื่นให้ทางศาลฯพิจารณานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนงาน ซึ่งไม่สามารถระบุระยะเวลาได้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของธนาคารกรุงไทยเอง ยังคงต้องการให้แผนงานมีความคืบหน้ามากที่สุด อย่างน้อยมีแนวทางให้เห็นชัดมากขึ้น โดยจุดประสงค์หลักยังคงต้องการให้ลูกหนี้สามารถเดินหน้ากิจการต่อไปได้

นายปริญญา กล่าวว่า สำหรับแผนใหม่จะเน้นเรื่องการทำงานร่วมกันเป็นหลัก เน้นผลประโยชน์ให้เกิดกับทุกฝ่ายให้มากที่สุด ขณะที่ฝั่งลูกหนี้เองก็ได้มีการเข้ามาพูดคุยกับทางธนาคารบ้างแล้ว โดยฝั่งลูกหนี้ยังต้องการเดินหน้าธุรกิจและต้องการคืนเงินให้กับทางเจ้าหนี้ ฝั่งเจ้าหนี้เองก็อยากให้ลูกหนี้สามารถเดินหน้ากิจการได้  ส่วนผู้บริหารแผนฯได้ให้บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนภายใต้การฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลายกลาง แต่ทั้งนี้ หลังจากแผนฟื้นฟูที่เสนอไปนั้น ไม่ได้รับการอนุมัติ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่า อาจจะต้องเปลี่ยนผู้บริหารแผนฯรายใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหนี้รายอื่นประกอบด้วย ไม่ใช่ธนาคารกรุงไทยรายเดียว

“ธนาคารมีความชัดเจนมาตลอดที่จะดูแลลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ และหากแผนฯได้ได้อีกก็ต้องมีการปรับไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญเพื่อให้เป้าหมายบรรลุ คือ ต้องทำงานร่วมกันให้มากที่สุด และต้อง
ให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย” นายปริญญา กล่าว

แหล่งข่าวจากธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในฐานะเป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ของเอิร์ธ ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ จากเดิมเป็นบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ จำกัด ซึ่งไม่ได้รับอนุมัติแผนฟื้นฟูจากศาลล้มละลายกลาง ก่อนหน้านี้ ทำให้อาจมีโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวผู้ทำแผนได้ อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนผู้บริหารแผนฯดังกล่าว ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ทุกรายและศาลล้มละลายกลางเป็นหลักประกอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือตั๋วบีอีของเอิร์ธ มีข้อเรียกร้องให้ธนาคารกรุงไทยชี้แจง 5 กรณีได้แก่ 1.ให้ชี้แจงเหตุลของธนาคารกรุงไทยในการระงับสินเชื่อบริษัทเอิร์ธ 2.ให้ชี้แจงอายัดเงินของในบัญชีของบริษัทในเดือนธันวาคม ปี 2561 ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจและไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้ที่มีมูลต่ำกว่า 300,000 บาทได้ 3.ให้กรุงไทยหยุดกล่าวโทษในกรณีตั๋วบีอีปลอม เพราะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของคู่ค้า และกระทบต่อการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่น 4.ให้กรุงไทยชี้แจงเรื่องไม่ออกหุ้นกู้จำนวน 5,000 ล้านบาทให้กับบริษัททั้งที่จะนำเงิน 3,500 ล้านบาทมาคืนให้กับธนาคารกรุงไทย และ5.ให้ชี้แจงนโยบายและจุดประสงค์ของกรุงไทยในการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท เนื่องจากกรุงไทยเป็นผู้หยุดสินเชื่อทุกประเภทของบริษัท และทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนี้สินที่เอิร์ธมีต่อเจ้าหนี้ แบ่งเป็น หนี้สินจากสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย วงเงิน 12,000 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย วงเงิน 2,800 ล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา วงเงิน 1,800 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยวงเงิน วงเงิน 350 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหนี้สินกับลูกค้าที่เข้าลงทุนในหุ้นกู้เอิร์ธที่ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดมีจำนวน 2 ชุดด้วยกัน คิดเป็นวงเงิน 5,500 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 2,300 ราย ขณะที่เป็นหนี้สินอื่นๆเป็นตั๋วบีอี วงเงิน 2,900 ล้านบาท ส่งผลให้เอิร์ธมีหนี้สินรวมกว่า 26,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการเอิร์ธเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ชำระคืนเงิน สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทฯ บางส่วน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเจ้าหนี้หุ้นกู้ โดยจ่ายชำระเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้รายละไม่เกิน 300,000 บาท รวมยอดชำระเงินคืนผู้ถือหุ้นกู้รวมเป็น 29.9ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นกู้ของบริษัท ครั้งที่ 1/2558 ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2560 ใบละไม่เกิน 300,000 บาท มีจำนวน 37 ราย จำนวนเงินจ่ายคืนทั้งสิ้น 8.1ล้านบาท จ่ายคืนเต็มจำนวน กำหนดชำระคืนในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 หุ้นกู้ของบริษัท ครั้งที่ 1/2559 ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2562 ใบละไม่เกิน 300,000 บาท มีจำนวน 97 ราย จำนวนเงินจ่ายคืนทั้งสิ้น 21.8 ล้านบาท จ่ายคืนเต็มจำนวน กำหนดชำระคืนในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เอกสารชี้ชัด ‘หัวเว่ย’ ทำธุรกรรมอำพรางผ่าน 2 บริษัทใน ‘อิรัก-ซีเรีย’
บทความถัดไปชาวสวนบางกระเจ้าโวยสร้างสะพานขวางคลอง 2 ตำบล