หน้าแรก เศรษฐกิจ อเล็กซานดรา ไ...

อเล็กซานดรา ไรช์ ซีอีโอ’ดีแทค’ การพัฒนา 5G สู่ความยั่งยืน

10.01.19 | 13:59 น.

เทคโนโลยี 5G ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อข้ามผ่านข้อจำกัดบางประการของเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน การรับส่งข้อมูลปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือสูง และมีความล่าช้าต่ำมาก อีกทั้งรับส่งข้อมูลในขณะเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์จำนวนมากพร้อมกัน เทคโนโลยี 5G จึงถือเป็นเทคโนโลยีแห่งความหวัง ทำให้โลกที่เคยเห็นเพียงแค่ในนิยายวิทยาศาสตร์ขยับเข้าใกล้โลกแห่งความเป็นจริงได้ไม่ยากนัก นอกจากจะช่วยส่งเสริมให้บริการที่มีอยู่ในปัจจุบันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเอื้อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมการบริการใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยถึงการสร้าง “รูปแบบการใช้งานจริง” เพื่อก้าวสู่ 5G ว่า การก้าวเข้าสู่ศักราชของ 5G ต้องทำความเข้าใจในศักยภาพการสื่อสารดิจิทัลที่ต่างจากเดิม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด แตกต่างจากการมาของเทคโนโลยีการสื่อสาร 3G และ 4G การมาถึงของ 5G จะไม่ใช่แค่กรณีผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายหรือผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมทั้งอุตสาหกรรมสู่การเชื่อมต่อธุรกิจ ไม่เพียงแต่กับผู้บริโภค รวมไปถึงธุรกิจอื่นด้วยวิธีการใหม่ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนสู่กลยุทธ์ 5G ของไทย

“ดีแทคประเมินว่า การทำเกษตรกรรมเป็นความสำคัญหลักที่ 5G จะปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้แก่ประเทศไทยได้ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) เพื่อการทำเกษตรที่มีความแม่นยำ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 20% ในขณะที่สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว แต่ 5G ต้องทำให้ผลผลิตจากเกษตรกรมีรายได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันดีแทคได้พัฒนาและให้บริการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบแอพพลิเคชั่นฟาร์มเมอร์อินโฟ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และบิ๊กดาต้า ทำให้รวบรวมข้อมูลปัจจัยการเพาะปลูกแบบครบวงจรรายแรกๆ ของประเทศไทย ภายในแอพพลิเคชั่นประกอบด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ข้อมูลช่วยให้เกษตรกรรู้สภาวะอากาศในแต่ละวันในพื้นที่เพาะปลูก ทำให้วิเคราะห์การเพาะปลูกในแปลงอย่างแม่นยำจากภาพถ่ายดาวเทียม แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที”

“ดีแทคได้ร่วมมือกับรีคัลท์สตาร์ตอัพในโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท และบริษัท รักบ้านเกิด พัฒนาขึ้นมา และด้วยเทคโนโลยี 5G ทำให้ใช้โดรนขึ้นบินตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่แปลงเพาะปลูกโดยตรง ใช้วิดีโอสตรีมมิ่ง 360 องศา ความละเอียดสูงไปยังเอไอในระบบคลาวด์ ทำให้ประมวลผลข้อมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเพิ่มคุณภาพการเพาะปลูกและรายได้ให้กับเกษตรกร เช่น กรณี น.ส.ปคุณา บุญก่อเกื้อ หรือแก้ว เกษตรกรเจ้าของบ้านสวน
เมล่อน จ.ฉะเชิงเทรา”

นางอเล็กซานดรากล่าวว่า 5G ยังเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งที่รวดเร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความไว้ใจมากขึ้น อาทิ การติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ที่ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ด้วยค่าความหน่วงของสัญญาณที่ต่ำ การตอบสนองที่เร็วของโครงข่าย 5G ทำให้ออกแบบโซลูชั่นส์ให้ยานพาหนะหรือรถบรรทุกสื่อสารระหว่างกันเชื่อมต่อเป็นขบวนวิ่งไปบนทางร่วมกันในระยะใกล้มากขึ้น ลดค่าแรงเสียดทานของอากาศในการขับขี่ ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงถึง 12%

Advertisement

“การเดินทางจากธุรกิจสู่ธุรกิจและส่งต่อยังผู้บริโภคเป็นกระบวนการสำคัญของ 5G นี่คือเหตุผลที่ดี แทคมองว่าต้องมีแผนพัฒนาสู่ 5G ใน 2 แกนด้วยกัน ทั้งแผนสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจาก 5G และแผนดำเนินงานทดสอบเทคโนโลยี 5G”

นางอเล็กซานดรากล่าวอีกว่า ดีแทคถือเป็นรายแรกที่นำเทคโนโลยีโครงข่ายระบบชุมสายเสมือนมาดำเนินงานซึ่งทันสมัยที่สุด รองรับการใช้งาน 5G พร้อมอัพเกรดเทคโนโลยีสู่ 5G ได้ทันที อีกทั้งดีแทคยังเป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีความเร็วสูงของ Massive MIMO 64T 64R ที่สามารถรับส่งได้มากที่สุดในขณะนี้ ทำให้สถานีฐานที่ติดตั้งจะรองรับการใช้เทคโนโลยี 5G อาทิ การออกแบบรับ-ส่งชุดสัญญาณหลากหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน รองรับพื้นที่ใช้งานได้หลายรูปแบบจากเสาต้นเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่มุมตึก หรือรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนไหว ดีแทคมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งสามารถทำการทดสอบใช้งาน 5G เมื่อได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเพียงเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างติดตั้งให้กับโครงข่ายเท่านั้น

“ดีแทคยังได้ริเริ่มนำ 5G สู่โครงการสมาร์ทซิตี้ของไทย พร้อมสนับสนุนจากประสบการณ์ของเทเลนอร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ 5G ในภาคพื้นยุโรป และเริ่มทดสอบ 5G ที่เมืองคองส์เบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ ในรูปแบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เครือข่ายแยกส่วน ยานพาหนะไร้คนขับ และระบบการแพทย์ทางไกล”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “ดีแทค” เชื่อมั่นว่า ดีแทคจะเป็นผู้นำสู่การทดสอบในโครงการต่างๆ ของประเทศไทย และเมื่อเร็วๆนี้ ดีแทคและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบแจ้งพิกัดความแม่นยำของการระบุตำแหน่งด้วยเทคโนโลยี GNSS RTK เพื่อสนับสนุนสู่บริการ 5G โดยโครงการนี้เริ่มทดลองปรับปรุงค่าส่งสัญญาณ 200 แห่งซึ่งมีพิกัดในสมาร์ทซิตี้ เมืองอัจฉริยะ ของไทยทั้ง 7 จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง เพราะสมาร์ทซิตี้เป็นเมืองที่ใช้นำร่องในการทดลองใช้งานดิจิทัลรูปแบบใหม่ ต้องใช้ความแม่นยำสูงในการแสดงชุดพิกัดข้อมูลและต่อยอดสู่นวัตกรรม 5G นอกจากนั้น ดีแทคได้นำไอโอทีสู่มาตรวัดอัจฉริยะ จำนวน 8,000 แห่ง และการระบุพิกัดติดตามยานพาหนะ 100,000 คัน โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ดีแทคจะให้บริการสวิตช์บอร์ดอัจฉริยะ

นางอเล็กซานดรายังระบุว่า การนำประเทศไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานยุค 5G ต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก จึงรู้สึกยินดีที่นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน คาดว่าจะลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการสร้างโครงข่าย 5G ได้ประมาณ 40% แม้ว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันเพียงอย่างเดียวจะยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนความต้องการในการขยายเสาสัญญาณ 5G ที่ต้องลงทุนเพิ่มอย่างมาก

“ดีแทคเชื่อว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการเป็นพันธมิตรร่วมกัน นอกจากนี้ ภาครัฐน่าจะสนับสนุนเปิดให้เข้าถึงการใช้งานได้ฟรีในพื้นที่สาธารณะ ลดความซับซ้อนในการขออนุญาตการตั้งเสาสัญญาณใหม่ ถึงเวลาที่จะมีแผนในยุติการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2G ร่วมกัน เนื่องจากการให้บริการทั้ง 2G, 3G, 4G และ 5G พร้อมกันทั้งหมดมีความยุ่งยากในการใช้บริการ และมีค่าใช้จ่ายสูง”

“มั่นใจว่ารัฐบาลและสำนักงาน กสทช.จะลดอุปสรรคต่างๆ เพื่อการพัฒนาสู่ 5G อย่างยั่งยืน ประเทศไทยยังคงต้องการคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ในการทดสอบ 5G ทั้งนี้ ดีแทคยังมีการสร้างแผนงานสู่ 5G อย่างยั่งยืน คำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และคู่ค้าในอุตสาหกรรม อีกทั้งดีแทคยังมีเทคโนโลยีการสื่อสาร ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่พร้อมจะนำคนไทยสู่ความยั่งยืนของยุค 5G”