นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ (ดี3) กล่าวภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ Digital Tourism Platform ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 49 องค์กร/หน่วยงานว่า เป็นแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนการปฏิรูปและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อทำให้การท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนโยบายของรัฐบาลมุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการท่องเที่ยว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า คณะทำงานภาคเอกชน 30 องค์กรจะจัดตั้งเป็นบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จัดทำแอพพลิเคชั่น “ทักทาย” หรือ TAGTHAI และประสานความร่วมมือกับภาครัฐ 19 หน่วยงาน มุ่งให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ โดยจะออกแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นแรกในเดือนเมษายนนี้ และจะเริ่มเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกรกฎาคม
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ (ดี3) มีบทบาทในการสนับสนุนการปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ โดยให้ความสำคัญในเรื่องการซ่อมแซม บำรุงรักษา ฟื้นฟู วางระบบต่างๆ และเน้นในเรื่องความสะดวก ความสะอาด ความปลอดภัย และมีเอกลักษณ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน รวมถึงผนึกกำลังเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อช่วยกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง
“การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นนโยบายที่รัฐขับเคลื่อนมาครบ 1 ปีพอดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเติบโตในการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นไปได้ดีมาโดยตลอด แต่อาจจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด หากเป็นเช่นนั้นอาจส่งผลให้พื้นที่รับมือไม่ทันแล้วจะส่งผลลบต่อการท่องเที่ยวได้ แต่อย่างน้อยทำให้ในหลายจังหวัดเมืองรองเติบโตขึ้น 7-30% ซึ่งจังหวัดที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ จ.ลำปาง เพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองหลัก และเป็นจังหวัดที่มีความเด่นชัดด้านวัฒนธรรม จึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ทั้งนี้ คาดว่าการท่องเที่ยวเมืองรองจะมีความคึกคักเทียบเท่าเมืองหลัก ต้องใช้เวลาในการปรับตัวประมาณ 4 ปี”
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการ Digital Tourism Platform กล่าวว่า คณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ (ดี3) ได้กำหนดแผนงานด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยหนึ่งในกิจกรรมได้แก่การสร้างแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลาง ที่เชื่อมโยงข้อมูลการท่องเที่ยว และสินค้าบริการของผู้ประกอบการตลอดทั้งแวลูเชน การท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวสำหรับทุกคน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจของประเทศไทยให้มีช่องทางดิจิทัลในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้ว จะเกิดประโยชน์ในด้านการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งตอบรับกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วยเช่นกัน โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ที่ดีในการเข้าถึงข้อมูลการเดินทางที่จำเป็นและน่าเชื่อถือภายในแพลตฟอร์มเดียว 2.เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการจัดทำฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ภาครัฐสามารถนำฐานข้อมูลนักท่องเที่ยว (บิ๊กดาต้า) ไปวิเคราะห์เพื่อใช้จัดทำนโยบายและแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ 3.เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เติบโตในโลกยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการรายย่อยมีทางเลือกในการขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางดิจิทัลที่ไม่เน้นแสวงหากำไร

