“อาลีบาบา” เปิดตัว A100 ข้ามธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขึ้นชั้นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

13.01.19 | 00:01 น.

รายงานข่าวจากบริษัท อาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (NYSE: BABA) แจ้งว่า บริษัทได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “A100” ในงานประชุมอาลีบาบา วัน บิสิเนส ที่เมืองหังโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา เป็นโครงการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ให้บริการโซลูชั่นครบวงจรแก่บริษัทต่างๆ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของบริษัทเหล่านั้น

สำหรับ A100 คือโปรแกรมระบบปฏิบัติการอาลีบาบาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาของบริษัทจากผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซไปสู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกแบบครบวงจร โดยที่ผ่านมาอาลีบาบาได้ขยายธุรกิจจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปสู่ธุรกิจความบันเทิงดิจิทัลและบริการในท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานให้เติบโตขึ้น ครอบคลุมด้านการขาย โลจิสติกส์ การเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน การชำระเงิน การตลาดและบริการสนับสนุนที่หลากหลาย ซึ่งดำเนินการบนเทคโนโลยีคลาวด์ที่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ ทำให้สามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นและผลักดันการเติบโตทางธุรกิจ การค้าปลีกแบบใหม่ เป็นอินเตอร์เฟซที่สำคัญที่ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากระบบปฏิบัติการอาลีบาบาได้

นายแดเนียล จาง ซีอีโอของอาลีบาบากรุ๊ป กล่าวว่า “A100” เป็นสัญลักษณ์ของเป้าหมายของอาลีบาบาในการนำเสนอโซลูชั่นดิจิทัลให้กับบริษัทจำนวนมาก ซึ่งการประชุมครั้งนี้อาลีบาบาได้โชว์ความสำเร็จของการค้าปลีกแบบใหม่ที่อาลีบาบาริ่เริ่มขึ้นโดยการรวมค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมอย่างมากมีแบรนด์กว่า 1,200 แบรนด์ที่แปลงเป็นรูปแบบดิจิทัล และมากกว่า 200,000 ร้านค้าออฟไลน์ที่พัฒนาเป็นสมาร์ทสโตร์ หลังจากนี้อาลีบาบาจะสร้างทีมให้บริการแบบผสมผสานข้ามแพลตฟอร์มเพื่อดูการดำเนินงานของ A100 โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานกับอาลีบาบามากกว่า 600 ล้านรายต่อเดือน และเกือบ 30 หน่วยธุรกิจมีความเชี่ยวชาญหลากหลาย คือการบริการจากการค้าดิจิทัล การชำระเงินมือถือ การตลาดดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและอื่นๆ ส่งผลให้อาลีบาบาเป็นผู้นำในการเชื่อมการค้าระหว่างพันธมิตรธุรกิจในจีนและทั่วโลก และโปรแกรม A100 จะช่วยให้บริษัทต่างๆได้รับบริการในยุคดิจิทัลแบบภายใต้หลังคาเดียวกัน โดยปี 2561 มีบริษัทเนสท์เล่ และสตาร์บัคส์ที่ร่วมเป็นพันธมิตรค้าปลีกกับอาลีบาบาภายใต้อีโคซิสเท็มของอาลีบาบา

เนสท์เล่ นอกเหนือจากการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ B2C หลักผ่านหน้าร้านของ Tmall, Tmall Supermarket และ Rural Taobao ยังขยายสู่ช่องทางใหม่ของอาลีบาบา เช่น Lingshoutong, FRESHIPPO (เดิมชื่อ Hema) และ RT-Mart และร่วมมือกับอาลีบาบาในหลายโครงการ ล่าสุดปี 2561 ได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ไช่เหนียว (Cainiao) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบากรุ๊ป ช่วยให้เนสท์เล่สามารถรวบรวมผู้จัดจำหน่าย 4 รายที่ให้บริการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาลีบาบาไว้ในระบบเดียว และใช้ประโยชน์จากไช่เหนียวในการจัดเรียงผลิตภัณฑ์และจัดการสินค้าคงคลังได้ตามความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคต่างๆ ช่วยลดสัดส่วนของพัสดุข้ามภูมิภาค และส่งมอบสินค้าได้เร็วขึ้น

สำหรับสตาร์บัคส์ได้ร่วมมือกับธุรกิจสำคัญๆในอีโคซิสเท็มของอาลีบาบารวมถึงแพลตฟอร์มการส่งอาหารตามความต้องการของชาวจีน ปัจจุบันจัดส่งกว่า 2,000 สาขาใน 30 เมืองในจีน ผ่านแพลตฟอร์มเอ้อเลอมา (Ele.me) ร่วมมือกับซูเปอร์มาร์เก็ต เฟรชฮิปโป (FRESHIPPO), ทีมอลล์, เถาเป่า และอาลีเพย์ และเมื่อเดือนธันวาคม 2561 สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวร้านค้าเสมือนจริงแห่งแรกในจีน ซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีจากกลุ่มอาลีบาบา บนแอพสตาร์บัคส์และแอพมือถือภายในระบบนิเวศของอาลีบาบา เพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลแบบครบวงจรให้ลูกค้า

Advertisement