หน้าแรก เศรษฐกิจ เผยยอดใช้สิทธ...

เผยยอดใช้สิทธิ FTA และ GSP เพิ่มขึ้น 15.71% อาเซียน-สหรัฐฯนำโด่งสูงสุด

14.01.19 | 12:25 น.

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ช่วง 11 เดือนของปี 2561 มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์รวม 68,779.76 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.71% มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์อยู่ที่ 75.09% ของสินค้าที่ได้รับสิทธิทั้งหมด โดยแบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า 64,344.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.29% คิดเป็นสัดส่วน 75.89% ของมูลค่าส่งออกที่ได้สิทธิภายใต้ FTA และใช้สิทธิภายใต้ GSP มูลค่า 4,435.13 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.18% คิดเป็นสัดส่วน 65.05% ของมูลค่าที่ได้รับสิทธิ GSP

นายอดุลย์  กล่าวว่า การใช้สิทธิ FTA ที่ไทยมีความตกลงกับคู่เจรจา 12 ประเทศ นั้น การใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก พบว่า อาเซียนมีมูลค่ามากที่สุด 24,765.26 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมา คือ จีน 16,217.44 ล้านเหรียญสหรัฐ ออสเตรเลีย 8,571.55 ล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่น 7,028.15 ล้านเหรียญสหรัฐ และอินเดีย 4,099.87 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนตลาดที่มีการขยายตัวสูง คือ เปรู เพิ่ม 44.64% จีน เพิ่ม 26.61% และอินเดีย เพิ่ม 22.98% และกรอบความตกลงที่มีการใช้สิทธิสูง ได้แก่ ไทย-ชิลี ใช้สิทธิ 101.32% ไทย-ออสเตรเลีย 89.73% อาเซียน-จีน 89.39% ไทย-ญี่ปุ่น 88.51% และไทย-เปรู 87.10% ขณะที่สินค้าส่งออกที่มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์บรรทุก ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล น้ำมันปิโตรเลียม และน้ำตาลจากอ้อย

นายอดุลย์  กล่าวว่า ปี 2562 มี FTA ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง คือ อาเซียน-จีน(ACFTA) ซึ่งจะมีการทบทวนกฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการใหม่ เช่น กลุ่มอาหารสำเร็จรูป กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยเพิ่มเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากร จากเดิมใช้เกณฑ์มูลค่าการผลิตในประเทศอย่างน้อย 40% ต่อไปจะไม่จำกัดสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิต แต่กำหนดให้วัตถุดิบต้องมีการแปรรูปอย่างเพียงพอ และสินค้าส่งออกมีการเปลี่ยนพิกัด คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้เดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งจะช่วยให้การผลิตและส่งออกของไทยไปยังประเทศภาคีทำได้ดีขึ้น และยังจะมีความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (AHKFTA) คาดว่าจะบังคับใช้ไตรมาสแรก2562 ซึ่งกรมฯ ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเตรียมความพร้อมให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแล้ว

นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP ปัจจุบันมี 5 ประเทศที่ให้สิทธิกับไทย คือ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช นอร์เวย์ และญี่ปุ่น โดยในช่วง 11 เดือน สหรัฐฯ ยังคงมีสัดส่วนการใช้สิทธิมากที่สุดคือ ประมาณ 89% ของมูลค่าการใช้สิทธิ GSP ทั้งหมด มีมูลค่า 3,967.45 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.24% มีอัตราการใช้สิทธิ 68.72% ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิ GSP ที่มีมูลค่า 5,773.40 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบ GSP สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่มอื่นๆ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง และเลนส์แว่นตา

Advertisement

นายอดุลย์ กล่าวว่า การใช้สิทธิประโยชน์ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มีการใช้สิทธิคิดเป็น 97.2%ของเป้าหมายมูลค่าการสิทธิประโยชน์ที่กรมฯ ได้ตั้งไว้ว่าปี 2561  จะมีมูลค่าการใช้สิทธิ 70,794 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% ส่วนปีนี้กรมฯ มั่นใจว่าการใช้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นเฉลี่ย 10%  เพราะได้รับผลดีจากการส่งออกของไทยที่เพิ่มขึ้น และกรมฯ มีการปรับปรุงงานให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังประเทศที่ทำ FTA และให้สิทธิ GSP กับไทย

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน