สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 พ.ค.) ปรับเพิ่มขึ้นแรงกว่า200จุด หลังตลาดได้ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นกว่า 2% รวมทั้งจากรายงานที่ระบุว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐในเดือนมีนาคมปรับเพิ่มขึ้น
ทำให้หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดที่ระดับ 17,928.35 จุด บวก 222.44 จุด หรือ +1.26% ดัชนี แนสแดค ปิดที่ระดับ 4,809.88 จุด บวก 59.67 จุด หรือ +1.26% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ ระดับ2,084.39 จุด บวก 25.70 จุด หรือ +1.25%
ด้านราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 1.22 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดตลาดที่ระดับ 44.66 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่า เหตุการณ์โจมตีแหล่งผลิตน้ำมันในไนจีเรียส่งผลให้การผลิตน้ำมันภายในประเทศลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปี ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ค.ปรับเพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 4.3% ปิดตลาดที่ระดับ 45.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก( COMEX)ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับลดลงเล็กน้อยแค่ 1.80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.1% ปิดตลาดที่ระดับ 1,264.80 ดอลลาร์/ออนซ์

