นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือสำนักงานอีอีซี กล่าวถึงกรณีผลการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนในโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้กำหนดเปิดยื่นข้อเสนอร่วมทุนโครงการท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 ระยะที่ 1 ท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 ผลปรากฏว่ามีเพียงรายเดียวที่ยื่นประมูล คือ บจ.แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จากประเทศไทย และมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ว่ากรณีนี้เดิมมีผู้สนใจซื้อเอกสารโครงการถึง 32 ราย แต่มีผู้มายื่นเพียงรายเดียวนั้น สาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดทางด้านเวลา ที่ให้บริษัทมีระยะเวลาในการเตรียมข้อเสนอโครงการค่อนข้างสั้น คือประมาณ 2 เดือนเท่านั้น ในเรื่องนี้ได้มีการยื่นหนังสือจากบริษัทที่สนใจซื้อเอกสารโครงการขอให้ขยายเวลาเข้ามาแล้ว 10 กว่ากลุ่ม ซึ่งทางคณะกรรมการคัดเลือกกำลังพิจารณาเรื่องการขยายเวลาในการยื่นข้อเสนออยู่แล้ว เมื่อผลการประมูลออกมาเป็นเช่นนี้ จึงจะมีการขยายเวลายื่นข้อเสนอแน่นอนอย่างน้อย 1 เดือน โดยจะดำเนินการชี้แจงกับผู้ซื้อซองทั้งหมดโดยทันที และกำหนดการประชุมร่วมกับนักลงทุนทั้งหมดในวันที่ 21 มกราคมนี้ เพื่อรับฟังข้อเสนอและวางกำหนดการขยายเวลารับข้อเสนออย่างเป็นทางการ
“อย่างไรก็ตามการขยายเวลาครั้งนี้จะไม่กระทบกับภาพรวมระยะเวลาโครงการหลักของอีอีซีที่จะให้ได้ผู้ร่วมทุนทุกโครงการภายในเดือนเมษายน 2562” นายคณิศกล่าว

