นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการเปลี่ยนนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยผู้ประกอบการต้องยื่นขอเอกสารประกอบการเชื่อมต่อสายส่งภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 หากดำเนินการไม่ทันจะถูกลดราคารับซื้อไฟฟ้าแบบต้นทุนแท้จริงหรือ ฟีด-อิน-ทารีฟ(เอฟไอที) เหลือ 21 เยนต่อหน่วยนั้น บีซีพีจีมีโครงการที่เข้าข่ายนโยบายดังกล่าวเพียงโครงการเดียวคือ โครงการโรงไฟฟ้ายาบูกิ กำลังการผลิตติดตั้ง 27.9 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ ขอยืนยันว่า สามารถดำเนินการยื่นขอเอกสารได้ทันตามเวลาที่กำหนด นโยบายดังกล่าวจึงไม่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจพลังงานลมที่บริษัทฯ ตั้งเป้าลงทุน 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี และยังมีโครงการในธุรกิจ ดิจิทัล เอ็นเนอร์ยี่ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับพันธมิตรอีกหลายโครงการ

