หน้าแรก เศรษฐกิจ ข่าวดี!ยูเรเซ...

ข่าวดี!ยูเรเซียอนุมัติกฎถิ่นกำเนิดสินค้าจีเอสพีใหม่ เอื้อภาษีลด25%

17.01.19 | 12:11 น.

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สภาคณะกรรมาธิการแห่งสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งกำกับดูแลกฎระเบียบของกลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐเบลารุส สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอาร์เมเนีย และสาธารณรัฐคีร์กีซ ได้อนุมัติกฎถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับใหม่ สำหรับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป(GSP) แก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและประเทศกำลังพัฒนา และมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

นายอดุลย์ กล่าวว่า ภายใต้กฎถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับใหม่นี้ ประเทศไทยได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก EAEU ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้ คือ 1. อัตราภาษีขาเข้า EAEU ได้รับการลดหย่อนลง 25% จากอัตราปกติ 2. เกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าที่จะได้รับสิทธิต้องได้มาโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่รับสิทธิทั้งหมด หรือผ่านการแปรสภาพอย่างเพียงพอ ก็ต่อเมื่อมูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิด (วัตถุดิบที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิหรือมีถิ่นกำเนิดไม่แน่ชัด) ต้องไม่เกิน 50% ของมูลค่าสินค้าส่งออก ณ ราคาหน้าโรงงาน โดยสามารถนำวัตถุดิบที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศสมาชิก EAEU มานับรวมเป็นวัตถุดิบภายในประเทศผลิตเป็นสินค้าขั้นสุดท้ายในประเทศกำลังพัฒนาจะถือว่าได้ถิ่นกำเนิด และสามารถได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจาก EAEU ได้ 3. เอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับการขอใช้สิทธิฯ กำหนดให้ใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form A หรือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าบนเอกสารการค้า หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ในกรณีที่สินค้ามีมูลค่าไม่เกิน 5,000 ยูโร

“ จากการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากเกณฑ์ที่ให้นับรวมวัตถุดิบจากประเทศสมาชิก EAEU เป็นวัตถุดิบภายในประเทศได้ ถือเป็นการบูรณาการประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศผู้ให้สิทธิ GSP และประเทศผู้รับสิทธิ GSP กล่าวคือ ประเทศสมาชิก EAEU ได้รับประโยชน์จากการส่งออกวัตถุดิบให้แก่ประเทศผู้ได้รับสิทธิ และประเทศผู้ได้รับสิทธิสามารถนำวัตถุดิบไปสะสมถิ่นกำเนิดและผลิตสินค้าเพื่อส่งออกกลับมายังประเทศสมาชิก EAEU ได้ ”

นายอดุลย์ กล่าวว่าสถิติ 11 เดือนแรกปี 2561 มีการขอใช้สิทธิ GSP เพื่อการส่งออกไป EAEU มูลค่า 142.94 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีมูลค่าการขอใช้สิทธิมากเป็นลำดับที่ 3 ของการใช้สิทธิ GSP ทุกระบบ รองจากสหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยประเทศที่มีการขอใช้สิทธิ GSP เพื่อการส่งออกสูงสุดใน EAEU คือ รัสเซีย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% สินค้าที่มีการขอใช้สิทธิ GSP ที่สำคัญ ได้แก่ ผัก/ผลไม้ปรุงแต่ง สับปะรดกระป๋อง ข้าวที่สีบ้างแล้ว/ สีทั้งหมด ปลาทูน่ากระป๋อง/แปรรูป ข้าวโพดหวาน เดกซ์ทริน/โมดิไฟด์สตาร์ชอื่นๆ น้ำผลไม้/น้ำพืชผักอื่นๆ กุ้งแช่แข็ง ฝรั่ง มะม่วง มังคุด สด/แห้ง ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอส เป็นต้น

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

Advertisement

เพิ่มเพื่อน