เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 พฤษภาคม ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางสาวประณุดา ธีระวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์และการเงิน ท่าอากาศยานดอนเมือง นายวิสิฎฐ์ บาลี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (สายสนับสนุนธุรกิจ) นายสุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และนางสาวทรงศิริ จุมพล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมและลงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาอาหารและเครื่องดื่มภายในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิที่มีราคาสูงกว่าปกติ ภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ภายในประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ
พล.อ.วิทวัส เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราคาอาหารและเครื่องดื่ม ว่า การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีการเอาใจใส่ในเรื่องของราคาอาหารและเครื่องดื่มเป็นอย่างดี เพราะเท่าที่เดินตรวจดูพบว่าส่วนใหญ่ราคาน้ำดื่มอยู่ที่ 7-10 บาท และสินค้าก็มีวางจำหน่ายจำนวนมาก ไม่เหมือนที่สนามบินดอนเมือง ที่ติดป้ายราคาขายน้ำดื่มที่ 10 บาท แต่ไม่มีสินค้าวางขาย มีแต่น้ำดื่มที่เป็นน้ำแร่เท่านั้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่รัฐบาลยังถือหุ้นร้อยละ 70 จึงถือเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่ต้องทำประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนด้วย ซึ่งการหารือในวันนี้ได้กำหนดมาตรการไว้ 2 ระยะ คือ ในระยะแรก ได้มอบหมายให้ทางการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปควบคุมให้ผู้ประกอบการกำหนดราคาอาหารตามที่ได้ทำสัญญาไว้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ และไปปรับปรุงรายละเอียดของสัญญาในเรื่องกฎระเบียบที่ระบุว่าหากมีการขายเกินราคาจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้รัดกุมยิ่งขึ้น
พล.อ.วิทวัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตัวแทนกรมการค้าภายในยังระบุว่า กรมการค้าภายในจะจัดทำราคาสินค้าที่เป็นมาตรฐานจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยและส่งให้บริษัทการท่าอากาศยานไทย ยึดราคาตามมาตรฐานนี้เป็นหลัก ในการกำหนดราคาขาย 10-25 เปอร์เซ็นต์ของราคามาตรฐาน ตามสัญญาที่ผู้ประกอบการได้ทำไว้กับท่าอากาศยานไทย ซึ่งผู้ประกอบการจะหมดสัญญาในช่วงปี 2561-2563 อย่างไรก็ตาม ทางการท่าอากาศยานไทยรับปากว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน สำหรับระยะที่ 2 เมื่อผู้ประกอบการครบสัญญาหมดแล้ว ให้กรมการค้าภายใน ควบคุมราคาสินค้าให้ใกล้เคียงกับราคาที่ขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อสะท้อนความซื่อสัตย์ของคนไทยที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
“การลงพื้นที่วันนี้เมื่อเทียบอากาศยานดอนเมืองถือว่าแตกต่างกันมาก เช่น ราคาน้ำดื่มที่สุวรรณภูมิขายในราคา 7-10 บาท แต่ที่ดอนเมืองผู้ประกอบการขายในราคา 40 บาท ซึ่งวันนี้ทางตัวแทนท่าอากาศยานดอนเมืองเข้าประชุมด้วยจึงได้ตักเตือนแล้วให้ไปปรับปรุงแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะราคาน้ำดื่ม 500-600 ซีซี เป็นสินค้าควบคุมราคาของกรมการค้าภายในที่ให้ขายไม่เกิน 7-10 บาท ดังนั้น หากสนามบินดอนเมืองยังละเลยปล่อยให้ผู้ประกอบการขายในราคาที่สูงเกินไป ผอ.การท่าดอนเมืองก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนสามารถร้องมายังผู้ตรวจการแผ่นดินได้” พล.อ.วิทวัส กล่าว
ด้านนายศิโรตม์ กล่าวว่า การท่าอากาศยานฯ จะมีมาตราการสุ่มตรวจราคาสินค้าเป็นระยะ หากพบว่ามีการขายสินค้าเกินราคา จะมีการแจ้งไปยังผู้ประกอบการ ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน สามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ พล.อ.วิทวัส และคณะจะเดินทางมาถึงฟู้ดคอร์ต ภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ภายในประเทศไม่ถึง 5 นาที ร้านค้าอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังรายหนึ่งมีการปลดป้ายและเปลี่ยนป้ายราคาสินค้าทันที ต่อหน้าผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวอยู่ ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ทางเจ้าหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่า เป็นการตอบสนองนโยบายผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะป้ายราคาพึ่งจะทำเสร็จเมื่อสักครู่
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามพนักงานขายภายในร้านอาหารในฟู้ดคอร์ต เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาอาหารและน้ำดื่มลงในวันนี้ และเมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาอาหารพบว่าหลายรายการราคาค่อนข้างแพง อาทิ เมนูข้าวผัดเจ ราคาจานละ 200 บาท ผัดไทกุ้งสดจานละ 280 บาท ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นชามละ 250 บาท ส่วนอาหารฟาสต์ฟู้ด เบอร์เกอร์ต่อชิ้นอยู่ที่ 300-500 บาท สำหรับราคาน้ำดื่มน้ำแร่ราคาขวดละ 45 บาท น้ำอัดลมกระป๋องเล็ก 100 บาท

