นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท .แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 จะยังคงมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวนและน่าเป็นห่วง เนื่องจากราคาที่ดินและราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ครัวเรือน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมไปถึงเกณฑ์การพิจารณาที่ยังคงมีความเข้มข้น ขณะที่ผู้ประกอบการได้เปลี่ยนกลุ่มผู้ซื้อจากคนไทยไปเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งกำบังจับตาดูว่าที่สุดแล้วกลุ่มนี้จะมีการโอนไปได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้สำหรับสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในกลุ่มระดับราคากลาง-บน หรือระดับราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป
นายโอภาส กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้บริษัทยังคงมุ่งกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงภายใต้การบริหารความเสี่ยง โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังระดับบนทั้งโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย โดยที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาบ้านพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ BAAN 365 ราคาขาย 15-20 บ้านบาท และบริษัท พรสันติ ราคาขาย 2-10 ล้านบาท โดยในปีนี้ ทั้ง 2 บริษัทจะพัฒนาโครงการแนวราบประมาณ 10 โครงการ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ในส่วนโครงการคอนโดมิเนียมบริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่จำนวน 5-6 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท
“ในปี 2562 บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจโดยยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยจะเป็นการพัฒนาโครงการให้ครอมคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 15-16 โครงการ แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 10 โครงการ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาโดย แอล.พี.เอ็น และบริษัทในเครือ คือ บริษัท พรสันติ จำกัด ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมจะมีการพัฒนาจำนวน 5-6 โครงการ อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าหมายมีอัตราเติบโตโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 10-15%”นายโอภาส กล่าว
นายโอภาสกล่าวว่า ทั้งนี้บริษัทยังมีการขยายธุรกิจไปพัฒราอาคารสำนักานเพื่อขายด้วย รวมทั้งการให้บริการวางระบบออฟฟิศ สมาร์ท นอกจากนี้บริษัทยังมีการสร้างรายได้ประจำ จากการบริหารโครงการและจากการปล่อยเช่าโดยการนำห้องชุดในโครงการ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 อาคาร F มาปรับเปลี่ยนจากการขายเป็นการเช่า อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทมีแผนรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจเพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยการพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเพื่อกระจายความเสี่ยง ขณะเดียวกันยังการระมัดระวังในการเลือกทำเลเปิดตัวโครงการใหม่
“ในปี 2562 นี้ บริษัทตั้งเป้ามียอดขายรวม อยู่ที่ 16,500 ล้านบาท เติบโต 10-15% แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 11,000 ล้านบาท ยอดขายจากโครงการแนวราบ 5,500 ล้านบาท และคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 13,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นคินโด 9,000 ล้านบาทแนวราบ 3,000 ล้านบาท และจากธุรกิจบริการและการเข่าอีก 1,500 ล้านบาท และในช่วง3ปีนี้คือ (2562-2564) บริษัทตั้งเป้ามีรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมปีละ 10,000 ล้านบาท สำหรับในปี 2561 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 15,520 ล้านบาท

