หน้าแรก เศรษฐกิจ สำรวจความเชื่...

สำรวจความเชื่อมั่นหอค้าขึ้นเล็กน้อย ชี้ต้นเหตุความรู้สึกยังแย่ คนไม่กล้าใช้จ่าย

18.01.19 | 15:22 น.

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนธันวาคม 2561 จากสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2561 ถึง 9 มกราคม 2562 พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯอยู่ที่ 48.4 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยกว่าเดือนพฤศจิกายนที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 48.3  เนื่องจากภาคเอกชนมีมุมมองดีขึ้นในประเด็นต่างๆ ได้แก่ เศรษฐกิจของจังหวัดโดยรวม การบริโภคภายในจังหวัด การลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยวในจังหวัด การใช้บริการ การค้าชายแดน และการจ้างแรงงาน รวมถึงปัจจัยบวกโดยรวมที่ดีขึ้น เช่น การใช้จ่ายภาครัฐยังต่อเนื่อง ปลายปี2561ได้กระตุ้นกำลังซื้อและการท่องเที่ยวดีขึ้นในช่วงปีใหม่ ราคาพลังงานทรงตัวต่ำ ราคาพืชเกษตรบางชนิดดีขึ้น มาตรการของรัฐกระต้นกำลังซื้อปีใหม่และเพิ่มเงินสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย และความชัดเจนจัดการเลือกตั้งของไทย

นางเสาวณีย์ กล่าวว่า แต่อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทย ยังต่ำกว่าระดับ 50 และมุมมองของภาคเอกชนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดในอีก 6 เดือนข้างหน้า ค่าดัชนีใกล้เคียงเดือนพฤศจิกายน เพราะภาคเอกชน มีมุมมองต่ออนาคตเศรษฐกิจ การบริโภค การท่องเที่ยว การค้า และการบริการภายในจังหวัดของตน มีสัดส่วนระบุว่าจะแย่ลงสูงกว่าระบุว่าจะดีขึ้น สะท้อนว่าภาคเอกชนยังกังวลต่อปัจจัยต่างๆ คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาทแข็งค่า ราคายางปาล์มยังต่ำ การลดลงของค้าชายแดน กระทบต่อความเชื่อมั่นการบริโภค/บริการ และการไม่กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน

นางเสาวณีย์ กล่าวว่า สำหรับการสำรวจดัชนีภาคบริการเดือนธันวาคม 2561 พบว่า ค่าดัชนีอยู่ที่ 52.2 ดีขึ้นในรอบ 4 เดือนเช่นกัน โดยเอกชนระบุว่าจำนวนยอดให้บริการ ยอดสั่งซื้อ/จองบริการ การจ้างแรงงาน และราคาค่าตอบแทนดีขึ้น โดยดีขึ้นและเกินระดับ 50 ในเกือบทุกภาคธุรกิจ เช่น ขนส่ง โรงแรม สถาบันการเงิน นำเที่ยว สุขภาพ เป็นต้น ยกเว้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดลง ซึ่งภาคธุรกิจกังวลในเรื่องปัจจัยการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ราคาพืชเกษตรต่ำกระทบต่อการใช้จ่าย ต้นทุนสินค้าและบริการสูง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง

ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานหอการค้าภาคกลาง กล่าวว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นหอการค้าไทย สะท้อนว่า ภาคเอกชนยังมองว่าเศรษฐกิจทรงตัว ไม่แย่ลงกว่านี้ และดีขึ้นในอนาคตแต่ยังดีไม่เท่าเดิม และความรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นยังไม่ดี จากการตอบถามผู้ค้า 10 คน จำนวนนี้ 8-9 คนระบุขายของไม่ดี สะท้อนจากเงินเฟ้อไม่ได้สูงใกล้เคียง0% แสดงว่าคนไม่กล้าใช้จ่าย รัฐต้องดูว่าเงินผ่านมาตรการไปไหนหมด ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเท่าที่ควร ก็มองได้ว่าใช้หนี้หมดหรือการซื้อของคนส่วนใหญ่หันไปออนไลน์แทนร้านค้าย่อย อีกทั้งการท่องเที่ยวยังได้เงินไม่เท่าเดิมแม้ดีขึ้น เช่นเดียวกับภาคเกษตรราคาขยับช่วงสั้นๆเท่านั้น

“กำหนดการวันเลือกตั้งที่ชัดเจน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดได้มาก จากงบใช้หาเสียง เช่น  เหมารถแห่ หรือ ขึ้นป้ายหาเสียง จะสร้างความคึกคักอย่างมาก ต่อการใช้จ่ายและการจ้างงานต่างๆ “

Advertisement

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปี 2562 ทางศูนย์ยังคงคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ 4-4.5% ประเมินจากสำรวจภาคเอกชน ซึ่งประเด็นกังวลต่อเศรษฐกิจไทย เรื่องแรกคือ ปัญหาเทรดวอร์ ก็ดูว่าจะผ่อนคลายลง แนวโน้มราคาน้ำมันโลกสูงกว่าระดับ 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคาพืชเกษตรทรงตัวต่ำ ส่วนเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งยังเป็นแค่ปัจจัยเสริมไม่ใช้ปัจจัยหลักที่จะกังวล ส่วนปัญหาฝุ่นพิษต่อระบบเศรษฐกิจก็น่าจะคลี่คลายภายในเดือนมกราคม ก็จะเสียหายต่อเศรษฐกิจ 5พันถึง 1 หมื่นล้านบาท