หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.สกัดลักลอบ...

พณ.สกัดลักลอบนำเข้ามะพร้าว ชงครม.เพิ่มเอาผิด”ไม่แจ้งขนย้าย”

18.01.19 | 15:54 น.

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวสวนมะพร้าวกำลังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ กรมฯจึงได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือมาโดยตลอด ได้แก่ จัดทำโครงการรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้ง ปี 2562 เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มเกษตรกร นำมะพร้าวผลมาแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง จำหน่ายให้แก่โรงงานแปรรูป โรงงานน้ำมันมะพร้าว ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร(คชก.) ได้อนุมัติเงินเร่งด่วนจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว 33.48 ล้านบาท เพื่อรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้ง 5,000-6,000 ตัน หรือประมาณ 50 ล้านลูกในพื้นที่แหล่งผลิตมะพร้าวสำคัญ 4 จังหวัด และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ดังนี้ ประจวบคีรีขันธ์ 13.4  ล้านบาท ชุมพร 10.7  ล้านบาท สุราษฎร์ธานี  5.4  ล้านบาท และนครศรีธรรมราช 4 ล้านบาท

นายวิชัย กล่าวว่า  ได้ให้จังหวัดกำหนดจุดรับซื้อ ให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร นำเนื้อมะพร้าวแห้งมาจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการ และโรงงานที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยเกษตรกรจะขายเนื้อมะพร้าวแห้งที่ความชื้นไม่เกิน 6% ได้ในราคาเป้าหมายนำกิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ผู้รับซื้อจ่ายให้ 10 บาท รัฐจ่ายเพิ่มให้ 5 บาท และให้ค่าบริหารจัดการคุณภาพและค่ารวบรวมอีก 1.50 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจาก คชก.เข้าไปแทรกแซงตลาดรวมกว่า 30 ล้านบาท โดยเกษตรกรจะได้ราคาขายมะพร้าวต่อลูกได้ไม่ต่ำกว่า 7 บาทขึ้นไป แม้จะยังไม่เป็นที่ต้องการของเกษตรกรที่อยากขายมะพร้าวต่อลูกเกินกว่า 10 บาทนั้น ถือว่ามาตรการนี้จะช่วยพยุงราคาไม่ให้ต่ำไปมากเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร

นายวิชัย กล่าวว่า  นอกจากนี้ กรมฯจะเร่งหาแนวทางป้องกันการเคลื่อนย้ายหรือป้องกันปัญหาลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้านตามชายฝั่งทะเลทั้งตะวันออกและตะวันตกของภาคใต้ โดยการเคลื่อนย้ายใดๆเข้ามาจะต้องมีการแจ้งปริมาณและการเคลื่อนย้ายให้เจ้าหน้าที่ของค้าภายในจังหวัดได้รับทราบ ซึ่งจะนำมาตรการนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ(กกร.) ในสัปดาห์หน้า ได้พิจารณาออกมาตรการแจ้งปริมาณและการเคลื่อนย้ายมะพร้าวตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามันกันต่อไป

นายวิชัย กล่าวอีกว่า สถานการณ์ราคาไข่ไก่ หลังจากกรมฯได้ดำเนินมาตรการเพื่อดึงผลผลิตส่วนเกินออกจากระบบและเพิ่มการบริโภคภายในประเทศเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เลี้ยงไก่ไข่โดยเร่งด่วน โดยใช้มาตรการดึงผลผลิตออกจากระบบ ซึ่งได้ร่วมกับ 3 สมาคม (สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้า และส่งออกไข่ไก่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้) ร่วมกันผลักดันส่งออกไข่ไก่จำนวน 200 ตู้ (ประมาณ 60 ล้านฟอง) โดยมอบผู้ส่งออกที่มีศักยภาพดำเนินการรับภาระค่าใช้จ่ายในการส่งออกเอง จำนวน 100 ตู้ (ประมาณ 30 ล้านฟอง) และอีก 100 ตู้ (ประมาณ 30 ล้านฟอง) ซึ่งกรมฯ สนับสนุนค่าบริหารจัดการส่งออกตู้ละ 150,000 บาท รวมวงเงิน 15 ล้านบาท ระยะเวลาส่งออกตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม  – 15 มีนาคม 2562 

นายวิชัย กล่าวว่า  กรมฯ ยังดำเนินมาตรการเพิ่มการบริโภคในประเทศ โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ/เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่นำผลผลิตมาจำหน่ายผ่านงาน “มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค” ที่จัดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ต่อเนื่องถึงปี 2562 ซึ่งในปี 2562  มีแผนการจัดงานมหกรรมธงฟ้าฯ (ม.ค. – มี.ค.62) ในพื้นที่ 16 จังหวัด ซึ่งสามารถระบายผลผลิตไข่ไก่ผ่านช่องทางดังกล่าวได้ประมาณ 3 ล้านฟอง และจำหน่ายไข่ไก่ผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ กว่า 70,000 แห่ง เพื่อระบายผลผลิตส่วนเกินในระบบและลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งสามารถระบายผลผลิตไข่ไก่ผ่านช่องทางดังกล่าวได้ประมาณ 1.5 ล้านฟอง

Advertisement