นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานเสวนาและคัดเลือกบริษัทที่จะได้รับรางวัล “Board of the Year, Board of the Future” ว่า ตลาดหุ้นไทยถือเป็นตลาดที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก มูลค่าการระดมทุนในสามตลาดเกือบเทียบเท่ากับจีดีพีรวมของประเทศอยู่ที่ 15 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย ตลาดหุ้น ตลาดสินเชื่อพาณิชย์ และตลาดซื้อพันธบัตร โดยตลาดหุ้นไทยถือว่ามีการระดมทุนสูงสุดในอาเซียน อยู่ที่10,000-15,000 ล้านบาท สิงคโปร์อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท และอินโดนีเซีย อยู่ที่ 4,700 ล้านบาท โดยเวียดนามเป็นประเทศที่น่าจับตามองมากที่สุด
นายภากร กล่าวว่า ประเด็นหลักทำให้มีนักลงทุนสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้นคือการทำ CG scoring คือ ระบบที่จัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่น หากในอนาคตไทยมีการทำ CG scoring เองได้ จะทำให้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสนใจหุ้นในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น รวมถึงอยากให้นักลงทุนเหล่านั้นสนใจบริษัทเล็กๆมากกว่าบริษัทใหญ่ๆที่ติดเรื่องของเอ็มเอสซีไอ และดีเจเอสไอ โดยจะต้องทำให้มีกลุ่มของบริษัทหุ้นไทยที่หลากหลายที่จะทำให้มีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาสนใจกลุ่มบริษัทเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
“ ตลาดหุ้นไทยถือว่ามีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียนตั้งแต่ปี 2555 รองจากสิงคโปร์ ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อวัน ทำให้นักลงทุนจากต่างชาติชื่นชอบตลาดหุ้นไทยมาก เห็นได้จากสัดส่วนของนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามามากขึ้นกว่า 40% “
นายภากร กล่าวว่า ขณะนี้เทคโนโลยีที่เข้ามามีผลกระทบ รวมถึงพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับใหม่ ที่จะเข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์จึงต้องปรับตัว เพราะพ.ร.บ.ใหม่ ไม่ได้จำกัดเฉพาะหุ้นไทยเท่านั้น แต่ให้สิทธิบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ด้วย ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น โดยจะต้องมีการปรับตัวให้เท่าทันดิจิทัล ซึ่งจะมีการเปิดรูปแบบการทำตลาดใหม่คือ ดิจิทัล แอคเซส แพลตฟอร์ม เพื่อเป็นทางเลือกให้บริการแก่นักลงทุน ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้นครึ่งปีหลัง 2562 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดูรูปแบบการทำธุรกิจ

