“กสทช.” โชว์ไทม์ไลน์ ประมูลคลื่น 700 รองรับ 5G

19.01.19 | 08:49 น.

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยเกี่ยวกับ (ร่าง) ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ว่า สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน คลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นที่ใช้เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (กิจการทีวีดิจิทัล) ซึ่งในขณะที่ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ได้กำหนดให้คลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่หลักสำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ จากผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล เพื่อนำมาจัดสรรใหม่สำหรับกิจการโทรคมนาคม

พ.อ.นที กล่าวว่า ทั้งนี้ รายได้ที่เกิดจากการนำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาจัดสรรสำหรับกิจการโทรคมนาคม จะนำมาทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ตาม (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มาตรการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ไม่ต้องชำระค่าใบอนุญาตใน 2 งวดสุดท้าย จำนวน 15,000-16,000 ล้านบาทที่เหลืออยู่ อีกทั้ง ไม่ต้องชำระค่าเช่าโครงข่าย (มักซ์) และค่าเช่าโครงข่ายตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แครี่) ขณะที่ ผู้ให้บริการโครงข่าย จะได้รับค่าตอบแทนเท่ากับค่าใช้จ่ายจากการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่าย

“จะนำ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ดังกล่าว ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยเผยแพร่ทางเว็บไซต์ กสทช. ภายในวันที่ 21 มกราคม 2562 และคาดว่า ภายในเดือนเมษายน 2562 จะสามารถมีผลบังคับใช้ได้ จากนั้น จะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน สำหรับการทำแผนความถี่โทรทัศน์ฉบับใหม่ การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ และการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนความถี่โครงข่ายโทรทัศน์ โดยแต่ละช่องจะต้องจัดทำแผนค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์จากคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้คลื่นความถี่ 470 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามจริงมาเบิกกับ กสทช. ” พ.อ.นที กล่าว

ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วย 1.นำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ออกมาประมูลจำนวน 7 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกกะเฮิตรซ์ รวม 35 เมกะเฮิรตซ์ อายุใบอนุญาต 20 ปี 2.แบ่งการชำระเงินออกเป็น 9 งวด โดยงวดแรกชำระ 20% ส่วนงวดที่ 2-9 ชำระงวดละ 10% 3.ผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละรายประมูลได้ไม่เกิน 3 อนุญาต ทั้งนี้ ในกรณีไม่ชำระเงินประมูลงวดที่ 2 และงวดอื่นๆ ต้องชำระเงินเพิ่มจำนวนเท่ากับผลคูณของจำนวนเงินประมูลที่ค้างชำระกับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งจะคำนวณเป็นรายวัน

Advertisement

“คาดว่า จะเปิดประมูลคลื่นความถี่ 700 เมกกะเฮิรตซ์ ได้ประมาณเดือนธันวาคม 2562 และใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือน ในการชำระค่าใบอนุญาตงวดแรกจำนวน 20% เพื่อให้ กสทช. นำเงินที่ได้จากการประมูลส่วนหนึ่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และนำมาทดแทนให้กับผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ทั้งนี้ กสทช. จะใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ในการปรับเปลี่ยนโครงข่ายคลื่นความถี่ ซึ่งผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ จะสามารถใช้คลื่นความถี่ได้ในเดือนธันวาคม 2563” พ.อ.นที กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในที่ประชุมมีผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล เข้าร่วมการประชุม อาทิ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด, บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด, บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด, บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด, บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด, บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด, บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด, บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด, บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด, บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด และบริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด เป็นต้น

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สปริง คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล
ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน