นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้จัดประชุมชี้แจง เพื่อประชาสัมพันธ์มาตรการไปยังผู้ประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีความประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ เช่น สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และบริษัทตัวแทนห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกต่าง ๆ เป็นต้น ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมมาตรการกับกรมบัญชีกลางแล้ว จำนวน 34 ร้านค้า มีจำนวนสาขา 5,435 สาขา และยังไม่รวมจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่รับสมัครจากสำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด
นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการจำนวนหนึ่งแล้ว โดยกรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัด จะรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมมาตรการจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 และเพื่อให้ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลาย และกว้างขวางมากยิ่งขึ้น กรมบัญชีกลางได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าด้านอื่น ๆ ให้มาสมัครเข้าร่วมมาตรการฯ เพิ่มเติม ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ สมาคมการค้าเครื่องกีฬา สมาคมการค้าเครื่องไฟฟ้า สมาคมการค้าเฟอร์นิเจอร์ไทย สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมค้าทอง สมาคมการค้าส่ง – ปลีกไทย สมาคมผู้จำหน่ายตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ สมาคมผู้ค้ายางรถยนต์ สมาคมค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย สมาคมส่งเสริมธุรกิจบริการ สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงบริษัทตัวแทนด้านโทรคมนาคมและเครื่องมือสื่อสาร ให้เข้าร่วมมาตรการฯ
“เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ประชาชนที่ซื้อสินค้าหรือบริการในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยการชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่รวมถึงการชำระโดยบัตรเครดิต และการชำระค่าสินค้าของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าว
นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายอื่น ๆ ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.cgd.go.th ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 โดยมีขั้นตอนและเอกสารที่ร้านค้าต้องใช้ในการสมัคร คือ 1) กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มฯ 2) สำเนาทะเบียนพาณิชย์ / สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท 3) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.20) กรณีมอบอำนาจ ต้องมีใบมอบอำนาจ และบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจ โดยผู้ประกอบการร้านค้าที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สมัครได้ที่กรมบัญชีกลาง ณ ห้องกำปั่นเงิน อาคาร 3 ชั้น 1 ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค สมัครได้ที่สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ
นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนที่สนใจเข้าร่วมมาตรการฯ สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.epayment.go.th และสาขาธนาคารเจ้าของบัตรเดบิต (ขอความร่วมมือช่วยรับลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.epayment.go.th) ระหว่างวันที่ 7 – 31 มกราคม 2562 เท่านั้น จึงจะมีสิทธิเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสดหรือชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Standard QR Code Payment) ระหว่างวันที่ 1 – 15 กุมภาพันธ์ 2562 โดยจะแยกจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ออกจากราคาสินค้าและบริการที่ได้ชำระ และจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนเท่ากับ ร้อยละ 5 สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ขณะนี้มีประชาชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการจำนวนน้อยมาก จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้ลงทะเบียนสมัครเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการนี้
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


