นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมตลาดเกษตรดิจิทัล ที่ประชุมเห็นชอบการลงนามความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ เอ็นจีวี มาร์เก็ตเพลส (NGV Marketplace) แห่งแรก ณ สถานีบริการ เอ็นจีวี ปตท. แฮนด์ลิตา เอ็นจิเนียริ่ง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยคาดว่าจะมีการลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น เอ็นจีวี มาร์เก็ตเพลส จะเป็นร้านค้าที่รวบรวมสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตามโครงการเกษตรอุ่นใจ ของปตท. ที่ต้องการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) กระจายและรวบรวมสินค้าเกษตรมาตรฐาน
สำหรับรายการสินค้าคุณภาพมาตรฐานที่จะนำร่องวางจำหน่ายนั้น กระทรวงเกษตรฯมีการพิจารณารายการผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่โดดเด่นในจังหวัดชลบุรีไว้แล้ว โดยรวบรวมเกษตรกรและผู้ประกอบการที่พร้อมผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐานได้ประมาณ 1,150 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ผลิตสินค้าทั้งในลักษณะวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจแปลงใหญ่ กลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรรายย่อย ประกอบด้วย ผู้ผลิตข้าว 300 ราย ผู้ผลิตไข่ 5 ราย ผู้ผลิตผัก 60 ราย ผู้ผลิตปลา 55 ราย ผู้ผลิตไก่ 10 ราย ผู้ผลิตเห็ด 20 ราย และผู้ผลิตสินค้าอื่น ๆ 700 ราย
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่รวบรวมจากผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จำนวน 550 ราย ประกอบด้วย ผู้ผลิตข้าว 49 ราย ผู้ผลิตไข่ 1 ราย ผู้ผลิตผัก 13 ราย และผู้ผลิตสินค้าอื่น ๆ 487 ราย
นายลักษณ์ กล่าวว่า ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมลงนามความร่วมมือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที ในการจัดทำโครงการตรวจรับรองสินค้าเกษตรก่อนการส่งออก ตามยุทธศาสตร์ยกระดับการเกษตร 4.0 หรือยุทธศาสตร์พระพิรุณ ซึ่งเป็นแนวทางดำเนินการเพื่อรองรับการกระจายสินค้าไปยังท่าอากาศยานเครือข่าย โดยเฉพาะในประเทศที่มีมาตรฐานสุขอนามัยสูง โดย เอโอที ได้จัดทำความตกลงความร่วมมือกับเครือข่ายท่าอากาศยานต่างชาติ อาทิ ท่าอากาศยานลีแอช ประเทศเบลเยี่ยม เครือข่ายท่าอากาศยานของ เอโอที จำนวน 6 แห่งในประเทศไทย เป็นต้น
“การตรวจรับรองสินค้าเกษตรก่อนการส่งออกนี้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหารระดับสากล เพื่อลดปัญหาสินค้าเกษตรถูกตีกลับที่ปลายทาง ทำให้อำนวยความสะดวกต่อผู้ประกอบการทั้งของไทยและคู่ค้าต่างประเทศ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายและปัญหาความน่าเชื่อถือสินค้าปลายทางระยะยาว”

