นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังปรับแนวทางการดำเนินการช้อปตรุษจีนโดยเปิดให้ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกธนาคารได้มากกว่า 1 แห่ง และในแต่ละธนาคารยังสามารถใช้จ่ายจากบัญชีธนาคารมากกว่า 1 เลขที่ แต่สูงสุดไม่เกิน 10 เลขที่บัญชี จากเดิมผู้ลงทะเบียน 1 ราย สามารถเลือกธนาคาร 1 แห่ง และบัญชี 1 เลขที่บัญชี
นายลวรณกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 65 ราย จำนวน 15,000 สาขา ขณะที่มีประชาชนลงทะเบียนขอรับสิทธิ์โครงการประมาณ 7,000 ราย โครงการนี้เปิดให้ลงทะเบียนถึง 31 มกราคมคาดว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนหลักแสนราย จากผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนทั้งหมด 20 ล้านบัญชี มีจำนวนบัตรเดบิตรวม 50 ล้านใบ
“ประชาชนต้องมาทะเบียน เพราะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่จำเป็นที่ผู้ลงทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามโครงการนี้เตรียมงบเพื่อคืนภาษีประมาณ 6-7 พันล้านบาท หากไม่ถึงไม่เป็นไร ขอติดตามผลการลงทะเบียนถึง 31 มกราคมนี้ก่อนว่าจะมีการขยายหรือไม่”นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวว่า ช้อปตรุษจีนกำหนดช่วงของการซื้อสินค้า 1 – 15 กุมภาพันธ์ 2562 ได้การชดเชยจากภาษีมูลค่า(แวต)เพิ่ม 5% ของภาษี 7% โดยต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตหรือคิวอาร์โค้ด หรือเท่ากับการซื้อ โดยรับคืนเงินเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท ต้องซื้อสินค้าและบริการประมาณ 21,400 บาท จ่ายเงินชดเชยผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ใช้เลขประจำตัวประชาชนภายในเดือนพฤศจิกายน 2562
นายลวรณกล่าวว่า กระทรวงการคลังขอเชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจมาผ่านเว็บไซต์ www.epayment.go.th โดยปัจจุบันมีธนาคารที่เข้าร่วมมาตรการฯ แล้ว จำนวน 17 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารทิสโก้ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารยูโอบี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารไอซีบีซี ธนาคารออมสิน ธนาคารซิตี้แบงค์ และธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย)
นายลวรณกล่าวว่า สินค้าและบริการรับเงินชดเชยต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่รวมถึงสินค้าภาษีสรรพสามิต 5 ประเภท ได้แก่ 1.สุรา 2.ยาสูบ 3.น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 4.รถยนต์ และ5.รถจักรยานยนต์ ต้องซื้อสินค้าและรับบริการตั้งแต่วันที่ 1 – 15 กุมภาพันธ์ 2562 กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ระบบบันทึกการเก็บเงิน (Point of Sale: POS) ที่สามารถแยกจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากราคาสินค้าและบริการได้

