หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค.ชี้เลือกต...

สศค.ชี้เลือกตั้งหนุนเชื่อมั่นคาดเศรษฐกิจปีนี้โต4%จับตาสงครามการค้ากระทบส่งออก

23.01.19 | 16:09 น.

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ว่า การเลือกตั้งทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุน ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดีขึ้น และหากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ทำให้นักลงทุนมองภาพในอนาคตมากขึ้น ซึ่งคาดว่าเม็ดเงินจากการลงทุนเริ่มเข้ามาชัดเจนมากขึ้น ในเบื้องต้นสศค.ประเมินเศรษฐกิจในปี 2562 ว่าจะโต 4% โดยจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการวันที่ 28 มกราคมนี้ สำหรับเศรษฐกิจในปี 2561 น่าจะสูงกว่า 4% แต่จะถึง 4.1-4.2% หรือไม่คงต้องรอติดตามในการแถลง

นายลวรณกล่าวว่า การส่งออกในเดือนธันวาคมลดลงต่อเนื่องจากเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งปี 2561 ไม่เป็นไปตามที่สศค.คาดไว้ว่าจะโต 4.5% การโตในระดับดังกล่าวส่งออกทั้งปีต้องขยายตัว 8% ดังนั้นเมื่อกระทรวงพาณิชย์ปรับลดเป้าการส่งออกในปี 2561 เหลือ 6.7% ตัวเลขการเติบโตปีนี้จึงลดลง โดยในปี 2562 สศค. ประเมินการส่งออกขยายตัว 5% ต่ำกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ว่าจะโต 8%

ทั้งนี้สศค.ต้องจับตาในเรื่องสงครามการค้าเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีนยังเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2562 คงต้องติดตามผลการเจรจาในเดือนมีนาคมว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ในเบื้องต้นผลจากสงครามการค้าทำให้การส่งออกสินค้าในกลุ่มซัพพลายเซนปรับลดลงในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากสงครามการค้ายืดเยื้อทำให้การลงทุนย้ายฐานมายังเอเซีย ซึ่งไทยมีโอกาสในการที่จะเป็นฐานการลงทุนใหม่

“แม้ไทยไม่ใช่ประเทศเป้าหมายอันดับ 1 ของการลงทุนกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนั้นไทยต้องแต่งตัวให้สวย เพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยอีอีซีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยดึงในฐานการลงทุนที่นักลงทุนกำลังมอง”นายลวรณ กล่าว

นายลวรณกล่าวว่า ในปีนี้สิ่งที่จะเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตคงหนีไม่พ้นการบริโภคเอกชน การลงทุนอีอีซี คาดว่าจะเริ่มมีเม็ดเงินเข้าไปลงทุนจริง นอกจากนี้การใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นตัวประคับประคองเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังต้องพยายามรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไม่ให้ต่ำกว่าศักยภาพ 4% ดังนั้นหากช่วงไหนที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มต่ำคงต้องมีมาตรการเสริม อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการใหม่ เพราะมาตรการออกไปก่อนหน้านี้ยังสามารถรับมือได้ โดยเฉพาะมาตรการช้อปตรุษจีนดังนั้นขอติดตามก่อนว่าจะคึกคักแค่ไหน เศรษฐกิจนับจากนี้จะเป็นอย่างไรก่อนออกมาตรการเพิ่มเติม

Advertisement

นอกจากนี้สศค.กำลังติดตามผลการพิจารณาดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะประชุมวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ว่าเป็นอย่างไร เพราะการขึ้นดอกเบี้ยของกนง.ในรอบเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2561 ต่ำกว่าเป้าหมาย และทำให้ต้นทุนทางการเงินของภาครัฐสูงขึ้น

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน