นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ปี 2561 มีมูลค่ารวม 1,392,629 ล้านบาท ขยายตัว 5.58% โดยเป็นการส่งออก 778,292 ล้านบาท ลดลง 0.76% และการนำเข้า 614,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.87% เกินดุลการค้า 163,954 ล้านบาท แบ่งเป็นการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ มูลค่า 1,124,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% เป็นการส่งออก 650,909 ล้านบาท ลดลง 0.54% นำเข้า 473,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.99% เกินดุลการค้า 177,145 ล้านบาท และการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ มูลค่า 267,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.68% เป็นการส่งออก 127,383 ล้านบาท ลดลง 1.91% นำเข้า 140,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.24% ขาดดุลการค้า 13,191 ล้านบาท
นายอดุลย์ กล่าวว่า การค้าชายแดนแยกเป็นรายประเทศ พบว่า มาเลเซียยังครองความเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มูลค่า 571,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.29% เป็นการส่งออก 293,808 ล้านบาท ลดลง 5.97% นำเข้า 278,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.29% ตามมาด้วย สปป.ลาว มูลค่า 213,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17% เป็นการส่งออก 128,867 ล้านบาท ลดลง 1.83% นำเข้า 84,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83%
เมียนมา มูลค่า 193,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.88% เป็นการส่งออก 105,212 ล้านบาท ลดลง 3.45% นำเข้ามูลค่า 88,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.92% และกัมพูชา มูลค่า 145,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.39% เป็นการส่งออก 123,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.93% นำเข้า 22,778 ล้านบาท ลดลง 3.24%
ส่วนการค้าผ่านแดน จีนตอนใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มูลค่า 103,451 ล้านบาท รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 86,195 ล้านบาท และเวียดนาม มูลค่า 78,310 ล้านบาท
นายอดุลย์ กล่าวว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2562 กรมฯ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าเป็น 1.6 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 15% โดยกรมฯเตรียมแผนงานผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวชายแดนและตามเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น สอดรับที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ตามแนวคิดหลัก”ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”
“ ปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามในปี 2562 คือ สงครามการค้าที่ยังไม่มีข้อยุติ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงินของแต่ละประเทศ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น “
นายอดุลย์ กล่าวว่า ส่วนกิจกรรมปีนี้ เช่น โครงการ YEN-D ซึ่งในปีนี้จะขยายไปสู่อาเซียนอื่นนอกเหนือจาก CLMV ในชื่อโครงการ YEN-D PLUS เริ่มที่อินโดนีเซียและมาเลเซีย โดยไตรมาสแรกเริ่มจากไทย-อินโดนีเซีย เดือนมีนาคม 2562 จะจัดโครงการ YEN-D Frontier โดยเน้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยในจังหวัดชายแดนกับผู้ประกอบการใน CLMV มีกำหนดจัดกิจกรรมที่จังหวัดตาก จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดนครพนม รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เช่น งานมหกรรมการค้าชายแดน 4 ภูมิภาค เริ่มจากอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ต่อด้วยอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส การจัดอบรมสัมมนาผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด และอื่นๆ เช่น การให้บริการ e-DFT เพื่ออำนวยสะดวก ลดขั้นตอน/เอกสารให้สะดวกต่อการค้าขายมากขึ้น
