หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กฤษฎา’เดินหน...

‘กฤษฎา’เดินหน้ารณรงค์ไถกลบแทนเผา แก้ปัญหาฝุ่นพิษในอากาศ

25.01.19 | 17:35 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในปัจจุบันที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมฝนหลวงฯได้ปฏิบัติการทำฝนหลวง พร้อมประสานงานกับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบแก้ไขเกี่ยวข้องกับฝุ่นละออง คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณะสุข ในส่วนของกรมฝนหลวงฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมฐานบิน สถานีที่ทำฝนหลวงรอบ กทม. และเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ ระบบการสื่อสาร และติดตามสภาพอากาศ ตลอด 24 ชม.

นายกฤษฎา กล่าวว่า ส่วนการช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน กระทรวงฯได้จูงใจไม่ให้เกษตรกรเผาซากพืชที่ทำการเกษตร มาตั้งแต่ปี2558 โดยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา ผ่านวิธีคือ การไถกลบด้วยจอบ หรือรถไถ กรณีที่เกษตรกรปลูกข้าวโพด เดิมเมื่อเก็บฝักข้าวโพดเสร็จจะนำไปเผา เพื่อเตรียมทำพืชฤดูใหม่ แต่ปัจจุบันเมื่อเก็บข้าวโพดเสร็จจะไถกลบ แล้วโปรยสารอีเอ็มเพื่อย่อยสลายภายใน 15 วันหรือ 1 เดือน ทำให้ดินกลายเป็นปุ๋ย และกระทรวงมหาดไทยเร่งสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรให้ลดการเผา จนปี2559-61 มีค่าความร้อนของอากาศที่เกิดจากการเผาของซากพืช วัชพืช น้อยหรือแทบไม่มีเลย

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงฯได้ปฏิบัติการทำฝนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ขาดแคลนน้ำได้ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยประสิทธิภาพการทำฝนอยู่ที่ 95% ขึ้นไป แต่ละปีช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 200-300 ล้านไร่ รวมทั้งพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีทำฝน ร่วมมือกับต่างประเทศและการเผยแพร่ศาสตร์พระราชาในต่างแดน สำหรับแผนการดำเนินงานปีต่อๆไป ยังคงดำเนินงานและภารกิจต่าง ๆ ได้แก่ การขับเคลื่อนโครงการวิจัย อาทิ การศึกษาวิจัยการทำฝนด้วยเทคนิคเผาจากภาคพื้น ทดลองในพื้นที่ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่อับฝน โดยการเผาให้เป็นควันอนุภาพเล็กๆลอยขึ้นไปหาเมฆ เพื่อทำกระบวนการให้เกิดฝน รวมทั้ง โครงการวิจัยพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน (UAV) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงแบบเมฆอุ่น โดยใช้การยิงพลุสารเคมีซิลเวอร์ไอโอไดด์ และเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานศาสตร์พระราชา

นายสุรสีห์ กล่าวว่า จะมีการปรับขยายศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 ศูนย์ คือ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ และจะมีการพิจารณาย้ายศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ มาประจำการ ที่จ.ตาก เนื่องจากสนามบินเชียงใหม่ จราจรค่อนข้างแออัด ไม่สะดวกในการขึ้นบินปฏิบัติการ รวมทั้งมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มอีกแห่งที่ จ.พิษณุโลกในปี 2563 ตลอดจนเร่งดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนการบินฝนหลวง ที่ จ.ตาก เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนนักบิน พร้อมรองรับความร่วมมือระหว่างประเทศ

ในส่วนของนักบินต่างประเทศที่เข้ามาเรียนรู้การบินทำฝนหลวง เนื่องจากการบินทำฝนแตกต่างจากการบินปกติ และจัดสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ ที่ จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งความรู้ด้านงานวิจัย งานวิชาการ โดยเป็นศูนย์อบรมเพิ่มพูนความรู้ให้กับบุคลากรฝนหลวง และต่างประเทศที่สนใจ รวมทั้งโรงเรียนการบินฯ และศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี คาดว่าในปี 2563 จะเป็นรูปธรรม

Advertisement

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน