หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติลุยค...

แบงก์ชาติลุยคุมดอกเบี้ยรถแลกเงินเริ่มก.พ.นี้

25.01.19 | 18:14 น.

นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะออกเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อที่มีทะเบียนเป็นประกัน(สินเชื่อรถแลกเงิน) เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลอย่างชัดเจน รวมทั้งมีข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากทั้งการคิดดอกเบี้ยแพงเกินไปและแนวการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน ซึ่งสินเชื่อรถแลกเงินเป็นที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชาชนฐานราก พ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งกรณีที่ประชาชนต้องการเงินฉุกเฉิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าประกาศในสิ้นเดือนมกราคมนี้ และบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจอยู่มากกว่า 1,000 รายทั่วประเทศ มียอดสินเชื่อคงค้างในระบบมากกว่าแสนล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอยู่และมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อบุคคลให้แจ้ง ธปท. ภายใน 60 วัน โดยสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

นางวจีทิพย์กล่าวว่า ส่วนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอยู่แต่ไม่มีใบอนุญาต ต้องมาขอใบอนุญาตเพื่อให้บริการ ภายใน 60 วันหลังเกณฑ์บังคับใช้ ระยะเวลาการพิจารณา 120 วัน โดยหากจะให้บริการทั่วประเทศต้องขออนุญาตจาก ธปท. มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท หากปัจจุบันยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถเพิ่มทุนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายกำหนดตามความสามารถในการชำระหนี้ แต่คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28% หากให้บริการเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ต้องขอใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์จากกระทรวงการคลัง ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อรวมต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ทั้งนี้ กรณีที่มีการขายทอดตลาดรถ ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินส่วนต่างที่เหลือกับผู้กู้อย่างเหมาะสม ห้ามคิดค่าจ่ายคืนก่อนกำหนด ทั้งกรณีลูกค้าไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนดทั้งจำนวนหรือบางส่วน ห้ามคิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับบนดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียม และสามารถคิดค่าติดตามทวงถามหนี้/ค่าอากรแสตมป์/ค่าใช้จ่ายกรณีเช็คคืน ได้ไม่เกิน 200 บาท/ครั้ง หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามจะมีโทษ เปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ รวมทั้งการจำกัดการทำธุรกิจ

“หลักการกำกับดูแลสินเชื่อรถแลกเงิน มี 3 ประเด็นสำคัญ ประชาชนต้องเข้าถึงสินเชื่อต้องสามารถเข้าถึงได้ กฎเกณฑ์ไม่เข้มข้นเกินไป มียืดหยุ่นและสอดคล้องความต้องการประชาชน แต่ประชาชนผู้ขอสินเชื่อต้องได้รับความคุ้มครองโดยมีวงเงินสินเชื่อและดอกเบี้ยเหมาะสม ขณะเดียวกันพยายามรักษาการแข่งขันของผู้ประกอบการ ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก เพราะการแข่งขันทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ทั้งนี้ประโยชน์ต่อประชาชนที่จะเกิดขึ้น คือ จะได้รับบริการที่เป็นธรรม ราคาเหมาะสม การตัดสินใจกู้ได้รับข้อมูลครบถ้วน และบริการมีความเป็นธรรมทั้งค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และวงเงินสินเชื่อ ผู้ประกอบการมีกติกากลางมาตรฐานในการปฏิบัติ ทำให้ธุรกิจยั่งยืนและประเทศมีแหล่งเงินทุนผู้ใช้บริการทางการเงินในรูปแบบต่างๆ ไม่ไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ คาดว่าจะสามารถลดปัญหาหนี้นอกระบบลงได้” นางวจีทิพย์กล่าว