“สมคิด”มั่นใจเศรษฐกิจไทยดีขึ้น เชื่อวางโครงสร้างระยะยาวถูกทาง

12.05.16 | 18:06 น.
สมาคม​ผู้สื่อข่าว​เศรษฐกิจ​ร่วม​กับ​สถาบัน​อนาคต​ไทย​ศึกษา จัด​เสวนา​ใน​หัวข้อ"จับ​ชีพจร​ประเทศไทย" มี​ปาฐกถา​พิเศษ​โดย นาย​แพทย์ ประเวศ วะ​สี และ​ดร.​สมคิด จา​ตุ​ศรี​พิทักษ์ โดย​มี ดร. ณรงค์​ชัย อัคร​เศรณี อดีต​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์, ดร.​ทน​ง พิทยะ อดีต​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์, นาย​สม​พล เกียรติ​ไพบูลย์ อดีต​ปลัด​กระทรวง​พาณิชย์ ร่วม​เสนา ที่​โรงแรม​พลาซ่า แอ​ทธิ​นี รอยัล เ​มอ​ริ​เ​ดี​ยน ถนน​วิทยุ เมื่อ​วัน​ที่ 17 ตุลาคม 2556

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานเปิดมหกรรมการเงิน หรือมันนี่ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 16 ที่จัดระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2559 ที่เมืองทองธานี ว่า เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจไทย จะต้องดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจของทุกคนที่จะต้องเข้มแข็งและต้องสู้ อย่าไปหดหู่ อย่าไปถดถอยหรือมองโลกในแง่ร้าย สถานการณ์ขณะนี้อาจจะมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง แต่คนเราต้องมองไปข้างหน้า ทั้งนี้ ที่น่าดีใจ คือ การประกาศดัชนีความเชื่อมั่นการลงทุนระหว่างประเทศ ประจำปี 2559 จัดทำโดย บริษัท เอ.ที.เคียร์มีย์ พบว่า ไทย ติดอันดับประเทศที่น่าลงทุนเป็นอันดับที่ 21 จากทั้งสิ้น 25 ประเทศ เป็นการเข้ามาติดอันดับอีกครั้งในรอบ 2 ปี ขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ไม่ติดอันดับ เหตุผลคือ แม้ว่าไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนในข้างหน้า แต่รัฐบาลนี้มีนโยบายที่ชัดเจน เน้นส่งเสริมนักลงทุนจากต่างชาติ การท่องเที่ยวขยายตัวดี และไทยเป็นประตูเชื่อมต่อการลงทุนไปภูมิภาคด้วย


“เศรษฐกิจไทยเหมือนกับนครปักกิ่ง ที่มีหมอกปกคลุมเยอะ ทำอะไรก็มีอุปสรรค ข่าวที่ออกมา ก็มีแต่จีดีพีตก ส่งออกไม่ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเชื่อมั่นของคนไทยลดลง อุปสรรคหลัก คือ รัฐบาลนี้มีเวลาอีก 1 ปีกว่า ไม่ได้เน้นการเน้นกระตุ้นระยะสั้น เพราะจะนำไปสู่ประเทศที่ล่มสลาย สิ่งที่ต้องทำ คือการวางโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจต่าง ๆ ในระยะยาว ถือเป็นเรื่องดีที่กำลังเกิดขึ้นและทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ประเทศไทย 4.0 พัฒนาด้านไอซีที ผลักดันคลัสเตอร์ใหม่ ๆ สร้างสตาร์ทอัพ ที่เน้นการพัฒนาด้านนวัตกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่สามารถทำคนเดียวได้ ประชารัฐจะต้องร่วมมือกัน เอกชนคือแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการลงทุนใหม่ รวมทั้งมีการปรับตัวและรูปแบบการผลิตที่เน้นนวัตกรรมมากขึ้น ” นายสมคิด กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีทีมที่ช่วยกันผลักกัน คือนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เป็นคนรุ่นใหม่คิดนอกกรอบ ไม่ใช้แมคโครพรูเดนเชียลแบบเดิม เหมือนอย่างญี่ปุ่น ที่ใช้นโยบายการเงินอย่างเดียว ลดดอกเบี้ยจนติดลบ แต่เศรษฐกิจไม่ฟื้น นโยบายการคลังก็ใช้ไม่ได้เพราะหนี้สูง เพราะมัวแต่ยึดการดำเนินนโยบายการเงินที่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้บริษัทในต่างประเทศเข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศ(ไอเอชคิว) ในไทย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิตอลในภูมิภาค