หน้าแรก เศรษฐกิจ ปศุสัตว์จับมื...

ปศุสัตว์จับมือกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ความรู้”เอฟทีเอ”เกษตรกรโคนม

29.01.19 | 15:49 น.

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ โรงแรมเซอร์เจมส์รีสอร์ทแอนท์คันทรีคลับ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมแถลงข่าวในโอกาสการสัมมนาเรื่อง “โคนมไทยก้าวไกลพร้อมกับ FTA(ความตกลงการค้าเสรี)” งานสัมมนามีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วยเกษตรกร สหกรณ์โคนม ผู้ประกอบการสินค้านมและผลิตภัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวม 150 คน

วัตถุประสงค์การจัดงานสัมมนาเพื่อ 1. พบปะเกษตรกร สหกรณ์โคนม ผู้ประกอบการสินค้านมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อเตรียมความพร้อมปรับตัวรองรับการเปิดเสรี หรือ 2. เข้าใจการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี ที่ไทยมีกับคู่ภาค 3. เรียนรู้การนำนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้านมและผลิตภัณฑ์ 4. แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมในภูมิภาคต่อไป

เนื่องจากสินค้านมและผลิตภัณฑ์นม ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (กำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยอัตราภาษีโควต้าการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจะค่อยๆ ทยอยลดลงทุกปีจนในปี พ.ศ. 2568 จะไม่มีอัตราภาษี หรือเป็น 0% ในที่สุด) ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้มีการระดมความคิดเพื่อเตรียมรับมือป้องกันปัญหา และหาช่องทางที่จะทำให้ความตกลงการค้าเสรี ที่จะเกิดขึ้น โดยให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด เพื่อการเตรียมตัวให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการนมและผลิตภัณฑ์นม ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้ในตลาดโลกต่อไป

กรมปศุสัตว์ มีการเตรียมตัวรับความตกลงการค้าเสรี ในเบื้องต้นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สหกรณ์โคนม รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม โดยเร่งรัดให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในระดับฟาร์มและสหกรณ์ ทั้งด้านการผลิต มาตรฐานและสุขภาพ และให้ความรู้ในด้านต่างๆ ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนม เพื่อให้การเลี้ยงและการจัดการได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผลผลิตน้ำนมสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง แม่โคนมมีสุขภาพดีขึ้น ทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพเต้านม มีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชอาหารสัตว์คุณภาพดี เพื่อสามารถผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพใช้เองในราคาถูก เร่งพัฒนาสายพันธุ์โคให้ทนสภาพร้อนชื้น เลี้ยงง่าย ผสมติดง่าย ร่างกายแข็งแรง น้ำนมเหมาะสม เร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรในการเลี้ยงและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้โคแข็งแรงให้นมได้นาน และมีการเผยแพร่โปรแกรมการจัดการโดยพัฒนาเป็น Application ให้เกษตรกรได้ใช้เพื่อให้ได้รับรู้ศักยภาพของฟาร์มโคนมของตนทั้งผลผลิตและสุขภาพของแม่โค และเร่งทำความเข้าใจให้มีการเพิ่มคุณภาพน้ำนม เพื่อสามารถแข่งขันในด้านคุณภาพน้ำนมได้ในตลาดแห่งอนาคต เร่งให้ความรู้ ความเข้าใจให้มีการคำนวณรายรับรายจ่าย เพื่อรับรู้ต้นทุนและกำไรในฟาร์มของตนเอง

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ได้พยายามใช้เทคโนโลยีชีวภาพต่างๆ เพื่อช่วยลดช่วงเวลาท้องว่าง (days open) ของแม่โคให้สั้นลง เพิ่มอัตราการผสมติดให้สูงขึ้น เพื่อปริมาณน้ำนมที่ได้จากแม่โคจะมากขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง ส่วนในเรื่องเงินที่เกษตรกรและสหกรณ์โคนมจะต้องใช้ลงทุนพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อพร้อมที่จะต่อสู้แข่งขัน ได้หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูกให้เกษตรกรและสหกรณ์โคนมได้กู้ยืม เพื่อลงทุนดำเนินการพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้าเสรี

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะพยายามยามทุกวิถีทางที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการนมและผลิตภัณฑ์นมของประเทศไทย ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมจะต่อสู้ในตลาดโลก สามารถก้าวไปพร้อมกับ FTA ได้อย่างมั่นคง เข้มแข็ง และยั่งยืน

Advertisement