นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า กรอบเวลาสำหรับการจัดการประมูลคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ยังคงอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยสาเหตุที่คณะกรรมการ กสทช. ยังคงยืนยันตามกรอบระยะเวลาดังกล่าว เนื่องจากมีความกังวลว่า หากไม่สามารถจัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 อาจส่งผลให้การเปิดให้บริการ 5G ในประเทศไทย ล่าช้าเกินไป ในขณะที่ หลายประเทศจะเปิดให้บริการ 5G ในช่วงกลางปี 2563
นายฐากร กล่าวว่า สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ไม่ได้มีการกำหนดแบบเจาะจงว่า จะต้องนำไปใช้สำหรับให้บริการ 5G เพียงอย่างเดียว ซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ของ กสทช. เป็นการประมูลในรูปแบบ นิวเทริล คือ เป็นเทคโนโลยีที่เป็นกลาง ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลสามารถนำไปเปิดให้บริการใดก็ได้ ตามแผนธุรกิจที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) เคยให้คำแนะนำว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ในไทย ควรถือครองคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ รายละไม่ต่ำกว่า 100 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่ปัจจุบัน โอเปอเรเตอร์ ที่ถือครองคลื่นความถี่แบบขาเดียวมากที่สุด อยู่ที่ 60 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น ดังนั้น การจัดการประมูลคลื่นความถี่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ คือ เพื่อต้องการให้ โอเปอเรเตอร์ ถือครองคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ ที่เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับรองรับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“สำหรับแผนการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2562 กสทช. มีการกำหนดแนวทางเพื่อทำให้ทุกบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านคลื่นความถี่ที่ไม่เสียเปรียบกันมากนัก โดยเริ่มจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ จากนั้น เป็นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขั้นตอนในการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นั้น คาดว่า จะได้ข้อสรุปในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ต่อมา คือการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบัน บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ถือครองอยู่ และสุดท้าย เป็นคลื่นความถี่ย่าน 26-28 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งคลื่นความถี่ดังกล่าวในระหว่างนี้ กสทช. ได้เปิดให้โอเปอเรเตอร์ 2 ราย ได้แก่ เอไอเอส และทรู ใช้สำหรับทดสอบระบบ 5G ซึ่งผลจากการทดสอบใช้งานจริง (ยูสเคส) เป็นที่น่าพึงพอใจ” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประมูลคลื่นความถี่ โดย ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มาตรการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ อยู่ในขั้นตอนที่จะนำไปฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562
ขณะที่ หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ กำหนดให้ประมูลคลื่นความถี่ 7 ใบอนุญาต ขนาดใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ รวม 35 เมกะเฮิรตซ์ อายุใบอนุญาต 20 ปี โดยใช้วิธีประมูลแบบหลายรอบ และราคาประมูลในแต่ละรอบจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ ราคาขั้นต่ำเป็นไปตามหนังสือชี้ชวนตามที่คณะกรรมการประกาศ และเสนอราคาเพิ่มไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งตามกฎการประมูล ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละรายประมูลได้ไม่เกิน 3 อนุญาต สำหรับผู้ชนะการประมูล แบ่งการชำระเงินออกเป็น 9 งวด โดยงวดแรกชำระ 20% ส่วนงวดที่ 2-9 ชำระ 10% กรณีไม่ชำระเงินประมูลงวดที่สองและงวดอื่นๆ ต้องชำระเงินเพิ่มจำนวนเท่ากับผลคูณของจำนวนเงินประมูลที่ค้างชำระกับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี คำนวณเป็นรายวัน
“ในต่างประเทศ มีการเลือกใช้คลื่นความถี่สำหรับการทดสอบระบบ 5G ที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศญี่ปุ่น และประเทศแคนาดา เลือกใช้คลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ ขณะที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เลือกใช้คลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ และประเทศจีน เลือกใช้คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ เป็นต้น” นายฐากร กล่าว

