หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘สนธิรัตน์’ เ...

‘สนธิรัตน์’ เปิดใจหลังอำลาตำแหน่ง “ถึงเวลาทำงานการเมืองเต็มตัว” (มีคลิป)

29.01.19 | 16:18 น.
sdr

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดใจให้สัมภาษณ์ หลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ (29 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายในการทำงาน ซึ่งจะใช้เวลาวันนี้ในการดำเนินงานในส่วนที่ยังค้างอยู่ให้เสร็จ การลาออกในครั้งนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งระหว่างที่มีกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้ง ที่ผ่านมารัฐบาลชุดเดิมจะรักษาการจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ แต่ด้วยความตั้งใจที่อยากจะเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัวโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง และไม่อยากเบียดบังเวลาราชการจึงตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำงานการเมือง โดยไม่ได้หวังผลทางการเมืองแต่อย่างใด

“ในช่วงเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ผมลำบากใจอยู่พอสมควร ที่ไม่สามารถตอบคำถามให้ใครรับทราบได้ว่าจะดำรงตำแหน่งถึงเมื่อไร แต่ที่ไม่สามารถพูดได้เพราะต้องทำตามหน้าที่หลายอย่าง ผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญในการเล่นการเมือง คือต้องมีความรับผิดชอบ จึงตั้งใจที่จะทำหน้าที่ที่ผมได้รับผิดชอบให้เสร็จสิ้น ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องของสงครามทางการค้า ที่ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวล จึงเป็นเหตุผลที่ผมจะต้องดำรงตำแหน่งเพื่อร่วมกันแก้ไขในสถานการณ์ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นเสียก่อน หรือการเร่งรัดงานก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซที่จะผลักดันกระทรวงพาณิชย์ไปสู่ยุคใหม่ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเริ่มผลักดันสู่โมเดลแก้ความยากจนโดยใช้อีคอมเมิร์ซ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการริเริ่มไปแล้ว”

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ยังได้พัฒนาในส่วนของร้านค้าปลีก ที่จะทำอย่างไรให้การค้าแบบดั้งเดิมสามารถอยู่ได้ โดยช่วงที่ผ่านมาได้เห็นแล้วว่าการค้าขายในแบบดั้งเดิม อาทิ ร้านโชวห่วย และร้านค้าปลีก มีแนวโน้มที่จะอยู่รอด และต่อยอดด้วยการสร้างความแข็งแรงก็คาดว่าจะสามารถสู้กับร้านค้ายุคใหม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นภาระที่เร่งทำแล้วเสร็จไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว หรือจะเป็นเรื่องร้อนอย่างการผลักดันเรื่องค่ารักษาพยาบาล เป็นสินค้าควบคุม โดยทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรม

ส่วนในเรื่อของประเด็นสิทธิบัตรกัญชาที่พยายามปลดล็อคความซับซ้อนของปัญหา และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบว่าอาจมีนอกมีในต่อการดำเนินการ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่ากระทรวงพาณิชย์ทำงานด้วยความซื่อตรง เห็นผลประโยชน์ของประเทสชาติเป็นตัวตั้ง และไม่ได้ย่อท้อต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มองว่าเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยในการใช้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคตได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปลดล็อค เพราะมีหลายกฎหมายที่ต้องระวัง จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนและหารือร่วมกันตลอดเวลา จนล่าสุดได้มีมาตรา 44 ออกมาโดยจะยกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ในเรื่องมาตราที่ 9 (5) ที่เป็นตัวที่ขัดต่อความสงบเรีบร้อย จึงเป็นเหตุให้สามารถปลดล็อคในเรื่องนี้ได้ แต่เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถทำตามความพอใจของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้

“ขอระบายความในใจว่า ที่ไม่ได้พูดออกมาชัดเจน ทำไมถึงไม่กล้าพูด ผมมองว่าความกล้าควรกล้าอย่างรอบครอบ และไม่ได้ปรารถนาให้เกิดความเสียหายตามมา เราได้ใช้เวลาในการหารือเรื่องนี้ทุกวันในการแก้ปัญหา ที่เร่งรัดการดำเนินการดังกล่าวเพราะรู้ว่าหลังจากนี้ ยังมีหน้าที่ที่สำคัญรออยู่ และไม่อยากให้งานในกระทรวงเป็นภาระของผู้บริหารต่อไป ดังนั้นจึงต้องทำในเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จเสียก่อน เมื่อมีมาตรา 44 ออกมา จึงคิดว่าเป็นเวลาที่สมควรแล้วที่จะลาออกจากตำแหน่ง”

Advertisement

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตลอดเวลา 2 ปีในการทำงาน สิ่งที่พยายามเข้ามาทุ่มเททำมากที่สุด คือในเรื่อง เศรษฐกิจฐานราก เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องที่กระทรวงฯได้ดำเนินการ อาทิ การริเริ่มในเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การเชื่อมโยงบัตรสวัสดิการเข้าสู่ฐานรากโดยกลไกของร้านธงฟ้าประชารัฐ เป็นต้น หลังจากนี้ คาดว่าแผนงานที่จัดเตรียมไว้จะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมั่นใจในทีมผู้บริหารที่เหลืออยู่

“การอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าอยู่ด้วยความสุขถึงแม้ว่าจะไม่เคยทำงานและรู้จักข้าราชการที่นี่มาก่อน แต่ได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงาน การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการอาลัยอาวรณ์ที่จะต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่รู้สึกว่าตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมาได้รับความอบอุ่น และดีใจที่ได้มาทำงานที่นี่ และยังมีความผูกพันกับที่นี่ และยังอยากเห็นกระทรวงพาณิชย์มีความสำคัญมากๆ กับการบริหารประเทศโดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน และเป็นที่พึ่งที่สำคัญของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ ที่เข้มแข็งเช่นนี้ต่อไป” นายสนธิรัตน์กล่าว