นายเจษฎา ศิวรักษ์ หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า 5G จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ 1.คลื่นความถี่ ที่รัฐบาลจะต้องจัดทำโรดแมปให้มีความชัดเจนว่า จะเลือกใช้คลื่นความถี่ย่านใดสำหรับเทคโนโลยี 5G 2.รัฐ ต้องเตรียมความพร้อมในการขยายโครงข่ายในการให้บริการ ให้มีขนาดใหญ่ระดับประเทศ และ 3.การสร้างระบบนิเวศน์ 5G เพื่อให้ความรู้ด้านการใช้งาน 5G ในภาคส่วนต่างๆ
นายเจษฎา กล่าวว่า ขณะนี้ องค์กรระหว่างประเทศ ได้ทำการศึกษาและกำหนดมาตรฐานของระบบ 5G ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งคลื่นความถี่หลักที่ใช้สำหรับการให้บริการ 5G ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 3400-3500 เมกะเฮิรตซ์, คลื่นความถี่ย่าน 28 กิกะเฮิรตซ์ที่จำเป็นต้องใช้ควบคู่ไปกับคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งในขณะที่ ไทย เน้นไปยังคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ (เวนเดอร์) ยังไม่มีการผลิตอุปกรณ์ขึ้นมารองรับ
“คลื่นความถี่ที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย ในการให้บริการ 5G คือ คลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบัน บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ถือครองอยู่ ซึ่งหากต้องการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว ต้องมีการหารือร่วมกับผู้ให้บริการ มิเช่นนั้นอาจเกิดผลกระทบกับดาวเทียมไทยคม 5 และไทยคม 7 นอกจากนี้ การพัฒนาประเทศไปสู่ 5G ไม่สามารถดำเนินการตามลำพังประเทศเดียวได้ โดยจะต้องมีการหารือร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ความเห็นมีสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหากความเห็นไม่สอดคล้องกัน จะก่อให้เกิดปัญหาในการประสานงานคลื่นความถี่ที่จะทำให้เกิดปัญหาสัญญาณรบกวนระหว่างกัน” นายเจษฎา กล่าว
นายเจษฎา กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้ง สิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องทำความเข้าใจในการบริหารกิจการโทรคมนาคม คือ การจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีราคาสูงเกินไป ส่งผลให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) มีภาระค่าใช้จ่ายในการลงทุน ซึ่งทำให้เม็ดเงินในการลงทุนด้านโครงข่ายลดน้อยลง ขณะที่ บทวิเคราะห์ของต่างประเทศ ระบุว่า ผลจากการประมูลคลื่นความถี่ด้วยราคาที่สูงนี้ ในอีก 2-3 ปี จะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคม ต้องประสบปัญหา
“5G ถือเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาล ที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้ง การจัดทำโรดแมปการจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อให้โอเปอเรเตอร์ได้รับทราบ และวางแผนการลงทุน รวมทั้ง การจัดทำแผนการลงทุน สำหรับขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ และกระตุ้นให้เกิดการขยายโครงข่ายไฟเบอร์ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ประเทศไทย มีการปูทางเพื่อใช้งานระบบ 4G ที่ไม่รีบเร่ง อีกทั้ง การก้าวไปสู่ 5G ได้ จำเป็นต้องรอความชัดเจนจากการศึกษาและกำหนดมาตรฐานของระบบ 5G ก่อน ดังนั้น จึงถือได้ว่า รัฐบาลยังพอมีเวลาในการพิจารณา เพื่อกำหนดความชัดเจนในการใช้งานคลื่นความถี่อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย” นายเจษฎา กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


