หน้าแรก เศรษฐกิจ “สทนช.” เร่งส...

“สทนช.” เร่งสร้างความเข้าใจกฎหมายน้ำ เปิดแนวทางแผนบริหารจัดการ เล็งรื้อเกณฑ์เก็บค่าใช้น้ำ

29.01.19 | 16:34 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวในงานการสัมมนาเรื่อง“เหลียวหน้า แลหลัง แนวทางการบริหารจัดการน้ำของชาติ 20 ปี ภายใต้การแจ้งเกิดพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561” ว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนับเป็นกฎหมายน้ำฉบับแรกของประเทศ ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่ากฎหมายฉบับนี้ จะทำให้เกิดการบูรณาการการใช้ พัฒนา บริหารจัดการ ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่เป็นเอกภาพ มีมาตรการป้องกันแก้ไขน้ำแล้ง-น้ำท่วม วางหลักเกณฑ์ในการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำสาธารณะ มีองค์กรในการบริหารจัดการน้ำระดับชาติ ระดับลุ่มน้ำ และระดับองค์กรผู้ใช้น้ำสะท้อนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำ

ทั้งนี้ ในเรื่องของทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำหลังจากนี้ จะมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความเป็นเอกภาพ ตลอดจนบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถบริหารทรัพยากรน้ำให้มีความประสานสอดคล้องกันในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน 8 เรื่อง คือ 1.การจัดสรร 2.การใช้ 3.การพัฒนา 4.การบริหารจัดการ 5.การบำรุงรักษา 6.การฟื้นฟู 7.การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และ8.สิทธิในน้ำรวมทั้งจะมีการวางหลักเกณฑ์ในการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำสาธารณะการจัดทำนโยบายและแผนบริหารทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นอกจากนี้ จะทำให้เกิดองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใน 3 ระดับ คือ ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ำ และระดับองค์กรผู้ใช้น้ำ

“ขั้นตอนต่อไปสทนช.เตรียมความพร้อมในการนำกฎหมายลูกต่างๆ อาทิ การกำหนดพื้นที่ลุ่มนํ้าและการอนุญาตการใช้นํ้า และการเก็บค่านํ้า เป็นต้น เพื่อออกไปรับฟังความคิดเห็นในคราวเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการเก็บค่านํ้า ทางสทนช.อยู่ในช่วงศึกษาการเก็บค่านํ้าของชลประทานและการจัดเก็บค่านํ้าบาดาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายมากที่สุด และการน้ำใช้ในขั้นพื้นฐานการดำรงชีพจะไม่มีการเก็บค่านํ้าอย่างแน่นอน ส่วนจะเก็บจากอุตสาหกรรมขนาดไหน เก็บอย่างไร ตรงนี้จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นและศึกษาให้รอบคอบที่สุด” นายสมเกียรติกล่าว

นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับประโยชน์จากการบริหารทรัพยากรน้ำภายใต้บังคับ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฯ จะทำให้มีนโยบายการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ จะทำให้มีแผนแม่บทการบริหารทรัพยากรน้ำที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยในระดับลุ่มน้ำจะมีแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ ซึ่งจะเป็นแผนที่ที่กำหนดทางเดินให้ไปถึงจุดหมาย ที่ทำให้มีความมั่นคงและยั่งยืนด้านน้ำ มีการบริหารจัดการน้ำครอบคลุมทุกบริบทของน้ำ ทั้งน้ำในบรรยากาศ น้ำบนดิน น้ำใต้ดิน และน้ำทะเล ตลอดจนบริหารจัดการโดยองค์กรระดับชาติ ระดับลุ่มน้ำ และองค์กรผู้ใช้น้ำ ในขณะที่ประชาชนเองก็จะมีสิทธิใช้น้ำตามสิทธิขั้นพื้นฐาน และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่สำคัญคือจะทำให้ประเทศไทยมีแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมที่บูรณาการร่วมกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ

นอกจากนี้ สทนช.จะเร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ให้สอดคล้องกับพื้นที่เป้าหมาย ทั่วประเทศจำนวน 66 พื้นที่ แบ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ 53 พื้นที่ รวม 34.62 ล้านไร่ น้ำท่วม 11.24 ล้านไร่ น้ำแล้ง 6.87 ล้านไร่ ประสบปัญหาทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง 16.51 ล้านไร่ ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ 0.001 ล้านไร่ และพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ 13 พื้นที่ 10.81 ล้านไร่ ทั้งนี้ ในเบื้องต้นแผนงานโครงการที่มีศักยภาพดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2563 แบ่งเป็น ปี 2563 จำนวน 46 โครงการ วงเงิน 34,166 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 52 แห่ง วงเงิน 189,755 ล้านบาท ดำเนินการปี 2565 จำนวน 7 แห่ง วงเงิน 76,738 ล้านบาทฃ รวมทั้งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ (เอสอีเอ) ใน 5 ลุ่มน้ำสำคัญ ได้แก่ สะแกกรัง ปราจีนบุรี-บางปะกง ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ชี และมูล เป็นต้น

Advertisement